Novel :: Click2
Cast :: [วทัญญู วิวัฒนา ] [ ระพี เจนอักษร ]
Part :: 005
By :: archi_10_001
*ก๊อก---ก๊อก---*
คุณญูฮะ...อยู่ข้างในรึเปล่า...เปิดประตูให้ผมหน่อย เสียงหวานดังลอดเข้าไปภายในห้อง แอบสิ้นหวังเล็กๆเมื่อไม่เห็นว่าแสงไฟภายในห้องลอดออกมา คนข้างในอาจจะหลับไปแล้วรึยังไม่กลับเข้ามาที่นี่ก็เป็นได้ แต่ยังไงก็คงต้องเสียง ป่านนี้อาวิทย์คงกลับไปแล้วด้วย
ระพีรออย่างนั้นพีพักใหญ่จนถอดใจ เมื่อประตูห้องนั้นยังไม่มีทีท่าว่าจะเปิดออกมาต้อนรับตนเลยสักนิด ร่างบางทรุดตัวลงนั่งข้างๆประตูดวงตาคู่สวยยังคงจับจ้องไปที่บานประตูห้อง ด้วยหวังว่าจะมีคนจากข้างในเปิดออกมารับตนเสียที
อากาศข้างนอกในเวลานี้ค่อนข้างหนาว ด้วยกำลังย่างเข้าฤดูหนาวของปีใหม่ ยิ่งลมพัดมาทีนี่เย็นยะเยือกขึ้นจับจิตเลยทีเดียว สองมือเล็กๆกระชับเสื้อสูทตัวนอกของตนเข้าหากันเพื่อช่วงสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย แต่แล้วก็มีเสียงประหลาดดังขึ้นจากทางเดินด้านหลังของระพี
*กรุก---แกรก----กรุก---แกรก*
สะ....เสียงอะไรวะ.... คิ้วเรียวที่ถูกกันเมื่อครั้งก่อนนั้นขมวดเข้าหากันด้วยจิตเริ่มพะวง เสียงนั้นเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆทั้งสียงฝีเท้าก็คล้ายว่าจะยิ่งใกล้กระชั้นเข้ามาทุกขณะ ร่างบางหลับตาปี๋เหมือในหนังฝีจีนที่หากว่าหลับตาแล้วผีดิบจะมองไม่เห็นตัวอย่างไงอย่างนั้น
เห้ย...มาอยู่นี่ได้ไง วทัญญูท้วงขึ้นพลางขยับตัวเข้าไปใกล้เจ้าก้อนกลมๆที่กำลังพยายามม้วนเอาตัวเองให้อยู่ในสภาพคล้ายลูกบอลให้มากที่สุด
อ๋า....คุณญู.....ผมเจอผีฮะ....เสียงมันดังมาทางนี้ด้วย เสียงมันแบบแกรก...แกรก....แกรก...อย่างนี้เลย เอ๋!!! ระพีโผตัวเข้าหาเจ้าของเสียงที่คุ้นเคยทันที พลางบอกเล่าประสบการณ์สยองที่ตนเพิ่งได้สัมผัสเมื่อไม่นานนั้นให้อีกฝ่ายได้รับรู้ แต่แล้วก็ชะงักเพราะเสียงที่ตนได้ยินนั้นไม่ต่างอะไรเสียงขยับถุง seven ของร่างหนาเลยสักนิด
นายอยู่กับพี่วิทย์จนกลัวผีขึ้นสมองเหมือนกันแล้ว ระพี วทัญญูยิ้มให้กับท่าทางน่ารักของร่างบาง หน้าตาอย่างนั้นดูท่าจะกลัวจริงๆกับเสียงขยับถุง seven ก่อนที่จะขยี้ฝ่ามือหนาๆของตนลงบนกลุ่มผมนุ่มสลวยของอีกฝ่ายเมื่อรู้สึกหมั่นไส้ในความอ่อนเดียงสาของอีกคน
อะ...อืม..... ระพียอมรับในสิ่งที่อีกคนกล่าวหาในเมื่อไม่มีหนทางที่จะโต้แย้งใดๆกับข้อกล่าวหานั้น หัวใจหยุดเต้นเพียงแค่ร่างหนายิ้มให้ทั้งยังขยี้ผมของตนอย่างที่ไม่เคยมาก่อน
ปะ...เข้าไปข้างในกันก่อน ดีเลยจะได้ดื่มเป็นเพื่อนกัน นึกว่าจะต้องนั่งดื่มคนเดียวเสียอีก ร่างหนายิ้มออกมาสายตาฉ่ำเยิ้มที่ส่งมาให้นั้นทำให้ระพีสำนึกได้กลายๆว่าตอนนี้ เจ้าของห้องคงมัวมาแล้วระดับหนึ่งเพราะงั้นเรื่องที่กระทำเมื่อครู่คงหาดูได้ยากถ้าหากอีกฝ่ายไม่เมา
วทัญญูก้าวเข้าภายในห้องของตนพร้อมๆกับลากแขนเพรียวบางอีกคนเข้ามาด้วย หน้าที่การจัดกับแก้มก็กลายเป็นหน้าที่ของแขกผู้มาเยือนไปโดยปริยาย โดยที่เจ้าของห้องนั้นเริ่มจับจองโซฟาชุดหรูกลางห้องรับแขกเพื่อเป็นที่ปักหลักในการสังสรรค์ในครั้งนี้เป็นที่เรียบร้อย
....
เอ๊ะ...นี่คุณ...อย่าเพิ่งสิ....นี่เรายังเข้าไม่ถึงห้องนอนเลยนะ เสียงวิทยาท้วงขึ้น เมื่ออีกร่างกำลังพยายามเข้ามาโอบกอดร่างของตนเอาไว้ ตั้งแต่ที่อยู่หน้าประตูแล้วเชียว
ก็ผมคิดถึงคุณนี่...ตั้งแต่รับงานฝรั่งนั่นคุณก็ให้เวลาผมนิดเดียวเอง ใจร้ายเกินไปแล้วะครับคุณวิทย์ ราชันย์แย้งขึ้นเบาๆ ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจากที่ตัวเองเคยเป็นคนที่วิ่งหนีร่างบางในอ้อมแขนนี่เมื่อครั้งก่อน แต่ในเวลานี้คนอย่างเขานั้นกลับไม่อยากที่จะห่างไปจากร่างบางนี้เลยแม้สักวินาที
วันนี้เราก็เจอกันแล้วไม่ใช่เหรอครับ คุณนี่ทำตัวเป็นเด็กไปได้ วิทยาพยายามจะสะบัดเอาคนที่กอดตัวเองไว้แนบแน่นจากทางด้านหลังออก ในขณะที่กำลังเปิดประตูบ้าน
บ้านจัดสรรขนาดกลางที่ทั้งคู่ซื้อเอาไว้เพื่อเป็นสถานที่ส่วนตัว เพราะถ้าจะให้ไปอยู่ที่บ้านของร่างบางนั้นคงไม่เป็นการดีแน่ แต่ถ้าให้ไปอยู่ที่บ้านของอีกคนก็อดจะเกรงใจลูกชายเจ้าของบ้านไม่ได้ ทุกครั้งที่ใกล้กันมีครั้งไหนบ้างนะที่ เขาทั้งสองไม่มีอะไรเกินเลย แค่ที่ระพีได้เห็นตอนอยู่บริษัทนั่นก็มากเกินพอแล้วสำหรับเด็กนักเรียน ม.ปลาย อย่างนั้น
นี่...คุณเลิกสักทีสิครับ เดี๋ยวก็ไม่ได้เข้าบ้านกันพอดีหรอก วิทยาบ่นอุบก่อนจะไขกุญแจเพื่อเข้าไปภายในบ้านได้สำเร็จ
อ๋า....นี่คุณคิดจะทำอะไร...กัน...หา............. เสียงโวยของร่างบางดังลั่นเมื่อตัวเองถูกอุ้มลอยขึ้นเหนือพื้นบ้าน แล้วก็ถูกพาขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบนอย่างรวดเร็ว...
ก็คงเป็นอย่างที่ระพีว่าเอาไว้ ตอนนี้เขากำลังดูเหมือนพี่เลี้ยงเด็กมากกว่าคนรักของคุณราชันย์เสียแล้ว...แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร ฐานะไหนสำหรับคนๆนี้แค่ให้เขาได้ยืนเคียงข้างก็พอแล้วแหละ
....
คุณดื่มมากไปแล้วนะครับคุณญู ระพีท้วงขึ้นเมื่อเจ้าของห้องทำท่าว่าจะยกกระป๋องเบียร์ในมือซดอีกครั้ง ตอนนี้สภาพห้องดูไม่ได้เอาซะเลย
กระป๋องเบียร์ถูกคนที่ดื่มจนเมาไม่ได้สติวางกองเรี่ยราดจนเขาตามเก็บไม่ไหว ไม่รู้ว่าอีกคนไม่เศร้าเหงาจิตที่ไหนมาถึงได้เอาความทุกข์มาลงกับกระป๋องเบียร์อย่างนี้ เท่าที่นับได้คร่าวๆก็คงราวๆ 20 กว่ากระป๋องแล้ว ยังไม่นับจำนวนก่อนกน้าที่ดื่มมาจนกลิ่นโชยตาเยิ้มนั่นอีก ทั้งที่คนที่ดื่มเป็นเพื่อนอย่างเขายังดื่มไม่หมดกระป๋องเลยด้วยซ้ำ อะไรรึก็เปล่าดื่มเข้าไปได้ไงไม่รู้...
ดื่มสิ....นายต้องดื่มให้ความโง่เง่าของคนอย่างวทัญญู ฉันมันโง่...โง่...โง่สิ้นดี วทัญญูโวยขึ้นพร้อมทั้งยื่นมือที่อ่อนแรงเข้ามาพยุงกระป๋องเบียร์ในมือร่างบางที่นั่งอยู่ที่โซฟาข้างๆ หัวเราะเอิ๊กอ๊ากไม่ต่างอะไรกับคนเสียสติ
ไปนอนเถอะครับ ดึกแล้วด้วยพรุ่งนี้คุณต้องไปเป็นช่างภาพให้ผมกับเดวิดนะครับ ร่างบางขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปพยุงร่างหนักๆของคนเมา หมายว่าจะพาไปนอนพักภายในห้อง แต่นั่นก็ดูเหมือนว่ามันจะยากเกินความสามารถของเขาเสียแล้ว
เพราะร่างทั้งร่างของคนเมาเซล้มลงมาทาบทับอยู่บนตัวเขาเป็นที่เรียบร้อย ลมหายใจอุ่นจนร้อนของร่างหนา ถูกพ้นออกมาปะทะแก้มนวนเนียนอย่างไม่ได้ตั้งใจ ด้วยระยะของสายตาที่ห่างกันไม่ถึง 3 เซ็น ทำให้เจ้าของเรือนร่างบางที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบนั้นจำต้องหลับตาลงตามสัญชาตญาณ
นายเป็นคนสวยนะรู้ตัวรึเปล่า วทัญญูเปล่งออกมาเบาๆ ก่อนจะฝังจมูกโด่งเป็นสันลงที่ซอกคอขาวหอมของร่างบางด้านล่าง
สองมือหนาทำหน้าที่ของมันอย่างทุกครั้ง ทั้งที่ร่างหนาก็ยังไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายสักครั้ง หากแต่ครั้งนี้อาจเป็นด้วยอารมณ์ความต้องการ รวมผสมเข้ากับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ให้เลือดที่คงสูงอยู่พอสมควรจำให้จิตใต้สำนึกหลายๆอย่างของวทัญญูถูกปิดผลึกลงในตอนนี้
.
วทัญญูค่อยๆใช้ริมฝีปากไล้เล็มผิวเนื้อขาวใสเรื่อยไล่ไปจากลำคอระหงส์แล้วค่อยๆเคลื่อนเลื่อนขยับขึ้นไปเพื่อครอบครองริมฝีปากเล็ก ลิ้นทั้งคู่พันตวัดรวมรัดกันเป็นจังหวะ ทั้งเชื่องช้า ทั้งลุกล้ำ คงด้วยความด้อยประสบการณ์ของระพีทำให้ร่างหนาได้มีโอกาสหยอกเย้ากับการตอบรับของร่างบางที่ยังไร้เดียงสาอยู่มากนัก
ด้วยความชำนาญเฉพาะตัวของวทัญญูก็เป็นได้ เพราะร่างหนาใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถปลดเปลื้องอาภรณ์ทุกชิ้นของร่างบางออกมาจนหมด ผิวเนื้อสีขาวเนียนนวลเมื่อแรกเห็นนั้นถูกแต้มแต่งด้วยร่องรอยฉ่ำจากริมฝีปากร่างหนาเป็นระยะ ทั้งริมฝีปากกระจับเล็กก็ระเรื่อแดงฉ่ำช้ำไม่ต่างเพราะรสจูบจากคนๆเดียวกันนั้น
ร่างบางไร้ซึ้งเรียวแรงทัดทาน ทั้งที่รู้ว่าอีกฝายกำลังไม่ได้สติ แต่ถ้านี่อาจเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวที่ตัวเขาเองจะเหนี่ยวรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ได้ เขาก็พร้อมที่จะทำและพร้อมที่จะยอมรับกับผลที่จะเกิดมา
อือ....คุณญู....อ้า..... ร่างบางครางกระเส่าเมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสร้อนจากอุ้มมือแข็งแรงของอีกคนกำลังตรงเข้ากอบกุมฟอนเฟ้นส่วนแข็งร้อนไวตอบสัมผัสของร่างกาย
ร่างทั้งร่างขอคนตัวบางบิดเร้า ดวงตาหรี่ปรือปรอยด้วยความปรารถนาของร่างกายเกินขีดจำกัด มือร้อนๆของอีกคนกำลังขยับเป็นจังหวะทำให้ร่าบางจำต้องขยับสะโพกมนตามแรงกระทำนั้นเช่นกัน สองมือเล็กๆเกี่ยวพาดรั้งแผ่นหลังอีกฝ่ายเอาไว้แน่นคล้ายว่ามันเป็นหลักยึดเพียงหลักเดียวที่หลงเหลือ
สองขาวเรียวเล็กถูกสองมือหนาขยับเลื่อนให้อยู่ในตำแหน่งที่สะดวกขึ้น ข้างหนึ่งถูกจับให้พาดลงตรงช่วงไหล่แข็งแกร่ง ส่วนอีกข้างถูกกดตรึงรั้งไว้กับพื้นเย็นเยียบจนแทบสะท้าน แต่เวลานี้ร่างบางไม่ได้สนใจกับเรื่องนั้น ริมฝีปากคู่สวยเม้มเข้าหากันแน่น เพราะเริ่มรับรู้ได้ถึงการล่วงล้ำทางด้านหลังของร่างกาย
ทนหน่อยนะ...ครั้งแรกเขาว่ามันจะเจ็บ ร่างหนาที่ยังหลงเหลือสติอยู่เพียงน้อยนิดกระซิบปลอบโยน โลชันทาผิวที่เจ้าตัวใช้ประจำถูกหยิบขึ้นเทชโลมให้ทั่วทั้งนิ้วเรียวยาว รวมไปถึงปากทางช่องแทบทางด้านหลังของอีกฝ่ายด้วย
อือ......อึ....อ๊ะ....เจ็บ...... ระพีร้องไม่เป็นประสา ทั้งที่สิ่งที่ถูกส่งเข้าไปนั้นเป็นเพียงนิ้วเรียวเล็กของร่างหนาเท่านั้น ร่างบางรับรู้ได้ถึงสิ่งที่กำลังล้วงล้ำเข้ามาในร่างกายของตน ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไมได้กระแทกกระทันใดๆแต่มันก็ยังความเจ็บปวดมาให้กับร่างกายของเขามิใช่น้อย
วทัญญูค่อยๆขนับนิ้วเข้าออกช้าๆเพื่อให้อีกฝ่ายได้มีการปรับตัว ทั้งที่ความต้องการของตนนั้นใกล้ที่จะถึงที่สุดของความอดทนเต็มที แต่ท่าทางอ่อนเดียงสาของร่างบางตรงหน้านี้ทำให้เขาไม่อยากทำร้ายให้อีกฝ่ายเจ็บปวดไปมากกว่าที่เป็นอยู่นี้
จำนวนนิ้วของร่างหนาค่อยๆเพิ่มขึ้นเป็นลำดับเพื่อเปิดทางให้ส่วนแข็งตึงของตนได้เข้าล่วงล้ำเส้นทางคับแคบนั้นได้สะดวกขึ้น พลางยังคงลงลิ้นหนักๆตรงส่วนยอดอกของร่างบางเป็นครั้งคราวเพื่อให้อีกฝ่ายได้ผ่อนคลายอารมณ์ยิ่งขึ้น มือข้างที่ว่างไว้นั้นควานหาขวดโลชันเมื่อสักครู่เพื่อชโลมส่วนแข็งตึงของตนให้พร้อมกับการรุนรานครั้งใหญ่ในอีกไม่นาน
....อือ...คุณญู..... ร่างบางครางท้วงเล็กน้อยเมื่อนิ้วเรียวเมื่อสักครู่ถูกถอนออกไป คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันในที
ใจเย็นหนูน้อย คราวนี้เป็นของจริงแล้วนะ วทัญญูลอบยิ้มเมื่อเห็นท่าทางขัดอกขัดใจของร่างบาง ก่อนที่จะโน้มตัวลงทาบทับแผ่นอกแบบบางพร้อมกับดุนดันส่วนรอนของตนให้แนบชิดและค่อยๆแทรกกายเข้าไปภายในชิองทางระอุร้องอีกครั้ง
...อ้า......เจ็บ....ไม่เอาแล้ว.....ฮึก....ฮึก...เจ็บ...คุณญู ร่างบางดิ้นเร่าไม่ยอมให้อีกฝ่ายแทรกกายเข้าไปโดยง่ายอย่างครั้งที่ผ่านมา แต่ยิ่งดิ้นก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะใช้ช่วงจังหวะนั้นๆกระแทกกายเข้ามาภายในได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย ในที่สุดร่างกายของระพีก็ต้องรองรับส่วนของของอีกฝ่ายเอาไว้ทั้งหมด
แฮก...แฮกๆ.... ร่างบางหอบกระชั้น ทั้งเหนื่อยกับการดิ้นรนแล้วยังต้องเจ็บกับความใหญ่โตทั้งคับแน่นจนรู้สึกเหมือนว่าช่องทางด้านหลังของตนกกลังจะปริแตกแยกออกเป็นชิ้นๆ
อ๊ะ.....คุณญู.....อ๋า...... ระพียังไม่ทันได้ใช้เวลาในการตั้งตัว อีกร่างก็เริ่มขยับแกนกายเข้าออกตามจังหวะของอารมณ์ที่มันยากเกินกว่าจะหยุดยั้ง
สะโพกบางได้แต่ขยับโยกรับแรงกระแทกจากอีกคน เหงื่อเม็ดเล็กๆซึมผุดขึ้นจากผิวกายคนทั้งคู่ อุณหภูมิภายในห้องเริ่มระอุร้อนทั้งที่เครื่องปรับอากาศคุณภาพเยี่ยมยังคงทำหน้าทีของมันไม่ได้หยุด ริมฝีปากทั้งสองยังผลัดกันโรมรันรั้งรับกันเป็นระยะ เสียงลมหายใจหอบสั่นจากสองร่างสอดประสานกันอยู่เป็นครั้งคราว
เสียงผิวเนื้อทั้งสองกระทบกันดังจนได้ยิน แต่ไม่มีใครคิดจะสนใจ จังหวะกระทั้นกายของวทัญญูเริ่มถี่กระชั้นขึ้นอีกระดับ เรียวแขนเล็กกระชับโอบร่องบ่าแข็งแรงของร่างหนาเอาไว้แน่นแนบ ผละริมฝีปากของตนออกมาเมื่อความอัดอั้นมันเริ่มประจันเข้ามาจนแทบปะทุ ก่อนจะลงรอยเคี้ยวของตนเอาไว้ที่แนวสันลำคอของผู้ที่ยังคงประเคนความเสียวกระสันซ่านให้ทางช่องร้อนไม่ขาด
แนวขาแบบบางทั้งคู่ถูกปรับเปลี่ยนให้วางทาบไปกับแผงอกเพื่อให้การสอดกระแทกส่วนแข็งตึงนั้นเป็นไปได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถมองเห็นสีหนาร่างบางได้ถนัดอีกด้วย ดวงตาคมเข้มจ้องมองดวงหนาร่างเล็กที่เหยเกด้วยความกระสันเสียว เจ้าตัวรู้ดีว่าความต้องการของร่างบางนั้นใกล้จะถึงจุดหมาย ไม่ต่างกันจากตน
แรงกระแทกจากช่วงล่างที่ถูกเร่งจังหวะขึ้นอีกระลอก ร่างบางซึ่งรองรับนั้นสั่นคลอนไปมาตามแรงกระทำ เสียงครางอู้อี้ไม่เป็นภาษา ข้อมือเล็กถูกร่างหนายึดให้ติดอยู่กับพื้นยากนักที่จะเคลื่อนขยับคล้ายจะแกล้งให้คนตัวบางกระอักกับความหฤหรรษ์ในครานี้
อ๊ะ.....อ๊ะ.....อ้า................ แล้วเสียงครางของทั้งคู่ก็สอดประสานดังระงมไปทั่วทั้งห้อง ของเหลวสีขุ่นจำนวนไม่น้อยเอ่อล้นทะลักออกจากส่วนปลายแท่งร้อนตึงสีแดงฉ่ำด้วยแรงกระทำจากอุ้งมือร้อนของวทัญญู ส่วนระพีก็นิ่วหน้าเล็กๆเมื่อรับรู้ได้ถึงความระอุร้อนที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของตน ดวงตาสีอ่อนหรี่ปรือเต็มทีก่อนจะผล็อยหลับไปทั้งอย่างนั้น
ทางด้านวทัญญูก็คล้ายว่าสติจะคืนกลับมาบางส่วน ร่างหนาถอนกายออกมาจากร่องร้อน อุ้มเอาร่างของอีกคนไว้แนบอก ก่อนจะพาเข้าไปวางลงบนเตียงอุ่นของตนอย่างอ่อนโยน
....
นี่เราทำอะไรลงไป ไอ้ญูเอ้ย...บ้าชะมัด แกเพิ่งมีเซ็กซ์กับเด็กผู้ชาย...แม่งเอ้ย...นี่มันเรื่องอะไรกันวะ วทัญญูตะโกนโวยวายขณะที่ตัวเองอาบน้ำอยู่ เขากำลังสับสนเรื่องที่เพิ่งเกิดเมื่อสักครู่นั้นเพราะอะไรกันแน่
ใช่...เพราะความเมาเท่านั้น...แกยังเป็นผู้ชายเต็มร้อย แค่วันนี้ทะเลาะกับมิเชลเลยเผลอ...นายแค่เผลอ...เผลอเท่านั้นวทัญญู ร่างหนาพยายามหาเหตุผลให้กับตัวเอง ปล่อยให้สายน้ำชำระล้างความสับสนภายในใจให้หมดออกไปเสียที
หากแต่ภาพที่สะท้อนออกมาจากกระจกบานใหญ่นั้น รอยเคี้ยวเล็กๆที่ระพีฝากเอาไว้แถวๆต้นคอ แล้วยังรอยเล็บรอยข่วนอีกตั้งเท่าไหร่ มันยิ่งตอกย้ำนักหนาว่า เรื่องเมื่อสักครู่นั้นเป็นความจริง แล้วเขาก็มีความสุขกับการร่วมรักครั้งนี้ไม่น้อย
ร่างหนาใช้เวลาอยู่กับตัวเองภายในห้องน้ำนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะทำใจเพื่อเผชิญหน้ากับความเป็นจริง เขาเป็นลูกผู้ชาย ยังไงก็ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำไว้อยู่แล้ว ตุถึงอย่างนั้นเด็กนั่นก็เป็นผู้ชาย จะว่าเสียหายรึก็ไม่ใช่...เขาคงเคลียร์กับระพีได้ไม่ยากนักหรอก...หวังว่าคงเป็นเช่นนั้น
....
ตลอดทั้งคืนหลังจากที่เจ้าของห้องอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย เจ้าตัวก็ได้แต่นั่งมองไปที่เจ้าตัวจุ้นที่เข้ามาวุ่นวายในชีวิตของเขา แล้วตอนนี้ก็กำลังสร้างปัญหาหนักใจให้กับเขาไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าถ้าเจ้าเด็กนี่ตื่นขึ้นมาจะมาไม้ไหน
อือ.....คุณญู อ๊ะ....โอ๊ยยยยยย...เจ็บ ในที่สุดเจ้าตัวจุ้นของวทัญญูก็ลืมตาตื่นขึ้นมา กระพริบตาปริบๆปรับให้สายตารับแสงจากดวงอาทิตย์ให้เป็นปกติสักครู่ใหญ่ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อเห็นสายตาเจ้าของห้องที่จ้องมาที่ตนไม่วางตา พยายามกระเด้งตัวเพื่อลุกขึ้นนั่งอย่างทุกครั้ง
แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปเมื่อร่างบางต้องอุทานร้องออกมาทันทีที่พยุงตัวขึ้นนั่ง ความเจ็บระบมแล่นเป็นริ้วไปตามแนวสันหนัง กว่าที่เจ้าตัวจะจัดท่าทางให้อยู่ในท่วงทีที่ความเจ็บระบมดังกล่าวนั้นทำร้ายตนได้น้อยที่สุดนั้นก็ต้องใช้เวลานานกว่า 20 นาที
เราคงต้องคุยกันหน่อย ระพี วทัญญูมองท่าทางยุกยิกขยับไปมาของอีกฝ่ายก็ขัดใจขึ้นมาหน่อยๆ เดินตรงเข้าไปจัดหมอนให้สูงกว่าปกติสักหน่อย เพื่อให้อีกฝ่ายนั่งพิง ผู้หญิงมักจะจัดหมอนแล้วนั่งด้วยท่าทางอย่างนั้นเวลาที่...
ขอบคุณฮะ...ว่ามาเลยฮะ ผมตั้งใจฟังคุณอยู่ ระพีเอ่ยขอบคุณเบาๆ มองอีกคนที่เดินกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้ง แล้วรับคำอีกฝ่ายช้าๆ
เรื่องเมื่อคืน ฉันขอโทษ... วทัญญูเอ่ยเพียงเท่านั้นช่วงคำพูดของร่างหนาก็หายไป เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอย่างไร
อืม...ผมรู้ว่าคุณจะบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นเพราะคุณเมา...เลยมองเห็นหน้าผมเป็นหน้าคุณมิเชล... แล้วก็เรื่อง...อย่างว่านั่น...ผมไม่ได้เสียหาย คุณจะไม่รับผิดชอบผมเพราะผมเป็นผู้ชาย...ว่าอย่างนั้นเถอะ ผมเข้าใจถูกใช่รึเปล่าฮะ เจ้าของเสียงอธิบายต่อความให้อีกคนเสร็จสรรพ เสียงที่เปล่งออกมาแทบจะจับความรู้สึกอะไรไม่ได้ แต่ถ้าตั้งใจฟังมันด้วยความรู้สึก วทัญญูจะรับรู้ได้ถึงความเศร้าจากร่างบางที่เจืออยู่ในทุกคำพูดของเจ้าตัว
...กะ...ก็ฉันเป็นผู้ชายนะ...เรื่องเมื่อคืนมัน....มัน.... ชายหนุ่มพยายามจะอธิบายต่อ แต่ก็ต้องจนกับความรู้สึกที่ยากจะอธิบายนั้น เด็กคนนี้พูดถูก เขาต้องการให้เป็นอย่างนั้น วทัญญูได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตากับอีกคนที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงตรงหน้า
คนที่ได้ฟังนั้นเงยหน้าขึ้นมองเพดาน กล้ำกลืนความรู้สึกเจ็บปวดของตัวเอง เขาผิดเองที่เกิดมาเป็นผู้ชาย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็จะสู้แม้ว่าโอกาสที่จะคนที่อยู่รอดนั้นเหลือไม่เท่าไหร่ ยังไงมันก็คงดีกว่าการยอมแพ้และหนีไปโดยที่ไม่ยื่นมือออกรับโอกาสที่มีเหลือริบหรี่ครั้งนี้
ผมไม่ยอมหรอก...ยังไง...ยังไง...คุณญูก็ต้องรับผิดชอบ...คุณเป็นคนแรกของผม ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่ยอมหรอก ระพีพยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่ตีขึ้นมาจุกแถวลิ้นปี่ของตน เสียงเล็กๆถูกปรับให้เข้ากว่าทุกครั้งเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความสั่นไหวของเส้นเสีย
ถ้าคุณไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ไปถึงอาวิทย์ล่ะก็ คุณต้องรับผิดชอบผม...แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้จะไม่มีใครรับรู้นอกจากเราสองคน ระพีเม้มริมฝีปากแน่นสักพัก แล้วเอ่ยข้อเสนอของตนออกมา ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่อีกคนด้วยแววประกายกล้า ไม่ให้อีกฝ่ายได้รับรู้ถึงห้วงความอ่อนไหวของอารมณ์
นะ...นาย....ฉันมองนายผิดไปจริงๆ ระพี วทัญญูเงยหน้า แววตาทั้งสองเป็นประกายกล้าไม่ต่างกัน เขาคิดผิดจริงๆ เด็กคนนี้ไม่ได้ใสซื่ออ่อนเดียงสาในแบบที่เขาคิดเอาไว้ตั้งแต่แรงเลยสินะ
คงเป็นอย่างนั้นมั้งฮะ...ผมคิดว่าคุณคงไม่มีทางเลือกอื่น วันนี้เราไปกองถ่ายด้วยกันนะฮะ ร่างบางตีหน้ายิ้มระรื่น เสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อนขึ้นมาทันที รอจนกระทั้งเจ้าของห้องเดินหงุดหงิดออกไปนั่นแหละ เจ้าตัวถึงได้ค่อยพยุงร่างกายที่เจ็บระบมนั้นเข้าไปชำระร่างกายภายในห้องน้ำ
....
มานี่เลย ตาพี...นี่มันกี่โมงแล้วรู้รึเปล่า เข้าไปแต่งตัวเลย แกก็เหมือนกันญู...เป็นผู้ใหญ่แล้วยังไม่รู้จักรักษาเวลาบ้างเลย ที่โน้นไม่สอนเรื่องมารยาทช่างภาพที่ดีให้แกบ้างรึไงนะ วิทยาสวดยาวทันทีที่เห็นหน้าทั้งนายแบบและช่างภาพของงานวันนี้ สายตั้งแต่วันแรกเชียวไม่รู้ว่ามัวไปทำอะไรกันเมื่อคืน
ระพีเดินตรงไปที่คนรักของพ่อ ส่วนอีกคนก็ได้แต่ทำหน้าเมื่อยเซ็งกับเสียงบ่นของพี่ชาย เลือกที่จะปลีกตัวออกไปจัดการเรื่องกล้องที่เป็นหน้าที่โดยตรงของตัวเอง วันนี้วทัญญูไม่ได้ถูกบังคับให้ใส่สูทอย่างทุกวันเสื้อผ้าวันนี้เลยกลายเป็นเสื้อเชิ้ตขนาดพอดีตัวพร้อมแจ๊คเกตยีนส์กับกางเกงยีนส์ขาดๆที่ใส่สบายตัวตามสไตล์ของเจ้าตัว
....
ภายในห้องแต่งตัวแคบๆสำหรับให้นายแบบตัวเล็กเปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดตามคอนเซ็พท์ที่วางเอาไว้ตั้งแต่แรกถูกจัดเรียงกันเป็นระเบียบไม่ต่ำหว่า 10 ชุด
อาวิทย์ไม่มีชุดที่มิดชิดกว่านี้แล้วเหรอฮะ ผมรู้สึกว่ามันจะหวิวๆอย่างนี้ทุกตัวเลย ระพีหยิบชุดหนึ่งในนั้นออกมาเป็นตัวอย่าง ถ้าใส่เข้าไปคงไม่ต่างจากนางแมวยั่วสวาทแน่ๆ กางเกงขาสั้นไม่ถึงครึ่งน่องร่างบางแน่ใจอย่างมากว่ามันคงแทบจะปกปิดอะไรต่อมิอะไรของตัวเองไม่ได้เลย ส่วนเสื้อก็เป็นคล้ายๆซีทรูขาดโน้นเว้านี่จนน่าหวาดเสียว
แล้วอีกเรื่องที่หน้าหนักใจยิ่งกว่าก็คือ รอยที่ร่างหนาฝากเอาไว้ตามเรือนร่างของตน ไม่ว่าจะเป็นช่วงลำคอ แผ่นอก แผ่นหลัง แม้แต่ส่วนเนื้ออ่อนๆแถวๆซอกขา คุณญูก็ยังมาวายสร้างมันไว้กับเรือนร่างของเขา ไม่รู้จะอะไรกันนักกันหนา เมื่อเช้าอาบน้ำเลยเห็นกว่าจะอาบเสร็จก็เกือบชั่วโมงเลยนั่นแหละ
ก็ตาม Theme หลักของมันไง X&seX พีคงไม่คิดว่าจะใส่เสื้อคอเต่าแขนยาวกับกางเกงยีนส์ขายาวที่เอาไว้ใส่ตอนหน้าหนาวหรอกนะ มาๆ เดี๋ยวอาจะเปลี่ยนชุดให้ วิทยาประชดประชันหลานชายคนโปรดเข้าให้เต็มๆ มองชุดที่ร่างบางใส่มาก็...ตอนนี้เมืองไทยอยู่ในช่วงฤดูหนาวก็จริง แต่สาบานได้เลยว่ามันไม่ได้หนาวขนาดที่ต้องใช้ผ้าพันคอเหมือนอย่างที่หลานชายตัวบางนี่กำลังใช้อยู่แน่ๆ
อ๊ะ...อย่าฮะ....ดะ...เดี๋ยวผมจัดการเองดีกว่า ระพีพยายามดิ้นหนีมือเรียวๆของวิทยาที่กำลังจะปลดผ้าพันคอรวมไปถึงเสื้อผ้าชุดที่ตัวเองกำลังสวมอยู่ เขาไม่ได้อายอะไรนักหรอกเพราะปกติเวลาแต่งตัวแต่งหน้าหรืออะไรประมาณนี้อาวิทย์ก็เป็นคนจัดการทั้งหมดอยู่แล้ว เพียงแต่วันนี้มันมีอะไรที่มากกว่านั้น สิ่งที่เขาไม่ต้องการให้คนผู้นี้รับรู้
ตาพี...ไปทำอะไรมา....บอกอามาเดี๋ยวนี้เลยนะ วิทยาโวยลั่นเมื่อสังเกตเห็นร่องรอยคุ้นตาตรงบริเวณต้นคอขาวๆของหลานชายคนโปรด
to be con part 006