2007/May/27

Novel :: Click2

Cast :: [วทัญญู วิวัฒนา ] [ ระพี เจนอักษร ]

Part :: 005

By :: archi_10_001

*ก๊อก---ก๊อก---*

คุณญูฮะ...อยู่ข้างในรึเปล่า...เปิดประตูให้ผมหน่อย เสียงหวานดังลอดเข้าไปภายในห้อง แอบสิ้นหวังเล็กๆเมื่อไม่เห็นว่าแสงไฟภายในห้องลอดออกมา คนข้างในอาจจะหลับไปแล้วรึยังไม่กลับเข้ามาที่นี่ก็เป็นได้ แต่ยังไงก็คงต้องเสียง ป่านนี้อาวิทย์คงกลับไปแล้วด้วย

ระพีรออย่างนั้นพีพักใหญ่จนถอดใจ เมื่อประตูห้องนั้นยังไม่มีทีท่าว่าจะเปิดออกมาต้อนรับตนเลยสักนิด ร่างบางทรุดตัวลงนั่งข้างๆประตูดวงตาคู่สวยยังคงจับจ้องไปที่บานประตูห้อง ด้วยหวังว่าจะมีคนจากข้างในเปิดออกมารับตนเสียที

อากาศข้างนอกในเวลานี้ค่อนข้างหนาว ด้วยกำลังย่างเข้าฤดูหนาวของปีใหม่ ยิ่งลมพัดมาทีนี่เย็นยะเยือกขึ้นจับจิตเลยทีเดียว สองมือเล็กๆกระชับเสื้อสูทตัวนอกของตนเข้าหากันเพื่อช่วงสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย แต่แล้วก็มีเสียงประหลาดดังขึ้นจากทางเดินด้านหลังของระพี

*กรุก---แกรก----กรุก---แกรก*

สะ....เสียงอะไรวะ.... คิ้วเรียวที่ถูกกันเมื่อครั้งก่อนนั้นขมวดเข้าหากันด้วยจิตเริ่มพะวง เสียงนั้นเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆทั้งสียงฝีเท้าก็คล้ายว่าจะยิ่งใกล้กระชั้นเข้ามาทุกขณะ ร่างบางหลับตาปี๋เหมือในหนังฝีจีนที่หากว่าหลับตาแล้วผีดิบจะมองไม่เห็นตัวอย่างไงอย่างนั้น

เห้ย...มาอยู่นี่ได้ไง วทัญญูท้วงขึ้นพลางขยับตัวเข้าไปใกล้เจ้าก้อนกลมๆที่กำลังพยายามม้วนเอาตัวเองให้อยู่ในสภาพคล้ายลูกบอลให้มากที่สุด

อ๋า....คุณญู.....ผมเจอผีฮะ....เสียงมันดังมาทางนี้ด้วย เสียงมันแบบแกรก...แกรก....แกรก...อย่างนี้เลย เอ๋!!! ระพีโผตัวเข้าหาเจ้าของเสียงที่คุ้นเคยทันที พลางบอกเล่าประสบการณ์สยองที่ตนเพิ่งได้สัมผัสเมื่อไม่นานนั้นให้อีกฝ่ายได้รับรู้ แต่แล้วก็ชะงักเพราะเสียงที่ตนได้ยินนั้นไม่ต่างอะไรเสียงขยับถุง seven ของร่างหนาเลยสักนิด

นายอยู่กับพี่วิทย์จนกลัวผีขึ้นสมองเหมือนกันแล้ว ระพี วทัญญูยิ้มให้กับท่าทางน่ารักของร่างบาง หน้าตาอย่างนั้นดูท่าจะกลัวจริงๆกับเสียงขยับถุง seven ก่อนที่จะขยี้ฝ่ามือหนาๆของตนลงบนกลุ่มผมนุ่มสลวยของอีกฝ่ายเมื่อรู้สึกหมั่นไส้ในความอ่อนเดียงสาของอีกคน

อะ...อืม..... ระพียอมรับในสิ่งที่อีกคนกล่าวหาในเมื่อไม่มีหนทางที่จะโต้แย้งใดๆกับข้อกล่าวหานั้น หัวใจหยุดเต้นเพียงแค่ร่างหนายิ้มให้ทั้งยังขยี้ผมของตนอย่างที่ไม่เคยมาก่อน

ปะ...เข้าไปข้างในกันก่อน ดีเลยจะได้ดื่มเป็นเพื่อนกัน นึกว่าจะต้องนั่งดื่มคนเดียวเสียอีก ร่างหนายิ้มออกมาสายตาฉ่ำเยิ้มที่ส่งมาให้นั้นทำให้ระพีสำนึกได้กลายๆว่าตอนนี้ เจ้าของห้องคงมัวมาแล้วระดับหนึ่งเพราะงั้นเรื่องที่กระทำเมื่อครู่คงหาดูได้ยากถ้าหากอีกฝ่ายไม่เมา

วทัญญูก้าวเข้าภายในห้องของตนพร้อมๆกับลากแขนเพรียวบางอีกคนเข้ามาด้วย หน้าที่การจัดกับแก้มก็กลายเป็นหน้าที่ของแขกผู้มาเยือนไปโดยปริยาย โดยที่เจ้าของห้องนั้นเริ่มจับจองโซฟาชุดหรูกลางห้องรับแขกเพื่อเป็นที่ปักหลักในการสังสรรค์ในครั้งนี้เป็นที่เรียบร้อย

....

เอ๊ะ...นี่คุณ...อย่าเพิ่งสิ....นี่เรายังเข้าไม่ถึงห้องนอนเลยนะ เสียงวิทยาท้วงขึ้น เมื่ออีกร่างกำลังพยายามเข้ามาโอบกอดร่างของตนเอาไว้ ตั้งแต่ที่อยู่หน้าประตูแล้วเชียว

ก็ผมคิดถึงคุณนี่...ตั้งแต่รับงานฝรั่งนั่นคุณก็ให้เวลาผมนิดเดียวเอง ใจร้ายเกินไปแล้วะครับคุณวิทย์ ราชันย์แย้งขึ้นเบาๆ ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจากที่ตัวเองเคยเป็นคนที่วิ่งหนีร่างบางในอ้อมแขนนี่เมื่อครั้งก่อน แต่ในเวลานี้คนอย่างเขานั้นกลับไม่อยากที่จะห่างไปจากร่างบางนี้เลยแม้สักวินาที

วันนี้เราก็เจอกันแล้วไม่ใช่เหรอครับ คุณนี่ทำตัวเป็นเด็กไปได้ วิทยาพยายามจะสะบัดเอาคนที่กอดตัวเองไว้แนบแน่นจากทางด้านหลังออก ในขณะที่กำลังเปิดประตูบ้าน

บ้านจัดสรรขนาดกลางที่ทั้งคู่ซื้อเอาไว้เพื่อเป็นสถานที่ส่วนตัว เพราะถ้าจะให้ไปอยู่ที่บ้านของร่างบางนั้นคงไม่เป็นการดีแน่ แต่ถ้าให้ไปอยู่ที่บ้านของอีกคนก็อดจะเกรงใจลูกชายเจ้าของบ้านไม่ได้ ทุกครั้งที่ใกล้กันมีครั้งไหนบ้างนะที่ เขาทั้งสองไม่มีอะไรเกินเลย แค่ที่ระพีได้เห็นตอนอยู่บริษัทนั่นก็มากเกินพอแล้วสำหรับเด็กนักเรียน ม.ปลาย อย่างนั้น

นี่...คุณเลิกสักทีสิครับ เดี๋ยวก็ไม่ได้เข้าบ้านกันพอดีหรอก วิทยาบ่นอุบก่อนจะไขกุญแจเพื่อเข้าไปภายในบ้านได้สำเร็จ

อ๋า....นี่คุณคิดจะทำอะไร...กัน...หา............. เสียงโวยของร่างบางดังลั่นเมื่อตัวเองถูกอุ้มลอยขึ้นเหนือพื้นบ้าน แล้วก็ถูกพาขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบนอย่างรวดเร็ว...

ก็คงเป็นอย่างที่ระพีว่าเอาไว้ ตอนนี้เขากำลังดูเหมือนพี่เลี้ยงเด็กมากกว่าคนรักของคุณราชันย์เสียแล้ว...แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร ฐานะไหนสำหรับคนๆนี้แค่ให้เขาได้ยืนเคียงข้างก็พอแล้วแหละ

....

คุณดื่มมากไปแล้วนะครับคุณญู ระพีท้วงขึ้นเมื่อเจ้าของห้องทำท่าว่าจะยกกระป๋องเบียร์ในมือซดอีกครั้ง ตอนนี้สภาพห้องดูไม่ได้เอาซะเลย

กระป๋องเบียร์ถูกคนที่ดื่มจนเมาไม่ได้สติวางกองเรี่ยราดจนเขาตามเก็บไม่ไหว ไม่รู้ว่าอีกคนไม่เศร้าเหงาจิตที่ไหนมาถึงได้เอาความทุกข์มาลงกับกระป๋องเบียร์อย่างนี้ เท่าที่นับได้คร่าวๆก็คงราวๆ 20 กว่ากระป๋องแล้ว ยังไม่นับจำนวนก่อนกน้าที่ดื่มมาจนกลิ่นโชยตาเยิ้มนั่นอีก ทั้งที่คนที่ดื่มเป็นเพื่อนอย่างเขายังดื่มไม่หมดกระป๋องเลยด้วยซ้ำ อะไรรึก็เปล่าดื่มเข้าไปได้ไงไม่รู้...

ดื่มสิ....นายต้องดื่มให้ความโง่เง่าของคนอย่างวทัญญู ฉันมันโง่...โง่...โง่สิ้นดี วทัญญูโวยขึ้นพร้อมทั้งยื่นมือที่อ่อนแรงเข้ามาพยุงกระป๋องเบียร์ในมือร่างบางที่นั่งอยู่ที่โซฟาข้างๆ หัวเราะเอิ๊กอ๊ากไม่ต่างอะไรกับคนเสียสติ

ไปนอนเถอะครับ ดึกแล้วด้วยพรุ่งนี้คุณต้องไปเป็นช่างภาพให้ผมกับเดวิดนะครับ ร่างบางขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปพยุงร่างหนักๆของคนเมา หมายว่าจะพาไปนอนพักภายในห้อง แต่นั่นก็ดูเหมือนว่ามันจะยากเกินความสามารถของเขาเสียแล้ว

เพราะร่างทั้งร่างของคนเมาเซล้มลงมาทาบทับอยู่บนตัวเขาเป็นที่เรียบร้อย ลมหายใจอุ่นจนร้อนของร่างหนา ถูกพ้นออกมาปะทะแก้มนวนเนียนอย่างไม่ได้ตั้งใจ ด้วยระยะของสายตาที่ห่างกันไม่ถึง 3 เซ็น ทำให้เจ้าของเรือนร่างบางที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบนั้นจำต้องหลับตาลงตามสัญชาตญาณ

นายเป็นคนสวยนะรู้ตัวรึเปล่า วทัญญูเปล่งออกมาเบาๆ ก่อนจะฝังจมูกโด่งเป็นสันลงที่ซอกคอขาวหอมของร่างบางด้านล่าง

สองมือหนาทำหน้าที่ของมันอย่างทุกครั้ง ทั้งที่ร่างหนาก็ยังไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายสักครั้ง หากแต่ครั้งนี้อาจเป็นด้วยอารมณ์ความต้องการ รวมผสมเข้ากับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ให้เลือดที่คงสูงอยู่พอสมควรจำให้จิตใต้สำนึกหลายๆอย่างของวทัญญูถูกปิดผลึกลงในตอนนี้

.

วทัญญูค่อยๆใช้ริมฝีปากไล้เล็มผิวเนื้อขาวใสเรื่อยไล่ไปจากลำคอระหงส์แล้วค่อยๆเคลื่อนเลื่อนขยับขึ้นไปเพื่อครอบครองริมฝีปากเล็ก ลิ้นทั้งคู่พันตวัดรวมรัดกันเป็นจังหวะ ทั้งเชื่องช้า ทั้งลุกล้ำ คงด้วยความด้อยประสบการณ์ของระพีทำให้ร่างหนาได้มีโอกาสหยอกเย้ากับการตอบรับของร่างบางที่ยังไร้เดียงสาอยู่มากนัก

ด้วยความชำนาญเฉพาะตัวของวทัญญูก็เป็นได้ เพราะร่างหนาใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถปลดเปลื้องอาภรณ์ทุกชิ้นของร่างบางออกมาจนหมด ผิวเนื้อสีขาวเนียนนวลเมื่อแรกเห็นนั้นถูกแต้มแต่งด้วยร่องรอยฉ่ำจากริมฝีปากร่างหนาเป็นระยะ ทั้งริมฝีปากกระจับเล็กก็ระเรื่อแดงฉ่ำช้ำไม่ต่างเพราะรสจูบจากคนๆเดียวกันนั้น

ร่างบางไร้ซึ้งเรียวแรงทัดทาน ทั้งที่รู้ว่าอีกฝายกำลังไม่ได้สติ แต่ถ้านี่อาจเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวที่ตัวเขาเองจะเหนี่ยวรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ได้ เขาก็พร้อมที่จะทำและพร้อมที่จะยอมรับกับผลที่จะเกิดมา

อือ....คุณญู....อ้า..... ร่างบางครางกระเส่าเมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสร้อนจากอุ้มมือแข็งแรงของอีกคนกำลังตรงเข้ากอบกุมฟอนเฟ้นส่วนแข็งร้อนไวตอบสัมผัสของร่างกาย

ร่างทั้งร่างขอคนตัวบางบิดเร้า ดวงตาหรี่ปรือปรอยด้วยความปรารถนาของร่างกายเกินขีดจำกัด มือร้อนๆของอีกคนกำลังขยับเป็นจังหวะทำให้ร่าบางจำต้องขยับสะโพกมนตามแรงกระทำนั้นเช่นกัน สองมือเล็กๆเกี่ยวพาดรั้งแผ่นหลังอีกฝ่ายเอาไว้แน่นคล้ายว่ามันเป็นหลักยึดเพียงหลักเดียวที่หลงเหลือ

สองขาวเรียวเล็กถูกสองมือหนาขยับเลื่อนให้อยู่ในตำแหน่งที่สะดวกขึ้น ข้างหนึ่งถูกจับให้พาดลงตรงช่วงไหล่แข็งแกร่ง ส่วนอีกข้างถูกกดตรึงรั้งไว้กับพื้นเย็นเยียบจนแทบสะท้าน แต่เวลานี้ร่างบางไม่ได้สนใจกับเรื่องนั้น ริมฝีปากคู่สวยเม้มเข้าหากันแน่น เพราะเริ่มรับรู้ได้ถึงการล่วงล้ำทางด้านหลังของร่างกาย

ทนหน่อยนะ...ครั้งแรกเขาว่ามันจะเจ็บ ร่างหนาที่ยังหลงเหลือสติอยู่เพียงน้อยนิดกระซิบปลอบโยน โลชันทาผิวที่เจ้าตัวใช้ประจำถูกหยิบขึ้นเทชโลมให้ทั่วทั้งนิ้วเรียวยาว รวมไปถึงปากทางช่องแทบทางด้านหลังของอีกฝ่ายด้วย

อือ......อึ....อ๊ะ....เจ็บ...... ระพีร้องไม่เป็นประสา ทั้งที่สิ่งที่ถูกส่งเข้าไปนั้นเป็นเพียงนิ้วเรียวเล็กของร่างหนาเท่านั้น ร่างบางรับรู้ได้ถึงสิ่งที่กำลังล้วงล้ำเข้ามาในร่างกายของตน ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไมได้กระแทกกระทันใดๆแต่มันก็ยังความเจ็บปวดมาให้กับร่างกายของเขามิใช่น้อย

วทัญญูค่อยๆขนับนิ้วเข้าออกช้าๆเพื่อให้อีกฝ่ายได้มีการปรับตัว ทั้งที่ความต้องการของตนนั้นใกล้ที่จะถึงที่สุดของความอดทนเต็มที แต่ท่าทางอ่อนเดียงสาของร่างบางตรงหน้านี้ทำให้เขาไม่อยากทำร้ายให้อีกฝ่ายเจ็บปวดไปมากกว่าที่เป็นอยู่นี้

จำนวนนิ้วของร่างหนาค่อยๆเพิ่มขึ้นเป็นลำดับเพื่อเปิดทางให้ส่วนแข็งตึงของตนได้เข้าล่วงล้ำเส้นทางคับแคบนั้นได้สะดวกขึ้น พลางยังคงลงลิ้นหนักๆตรงส่วนยอดอกของร่างบางเป็นครั้งคราวเพื่อให้อีกฝ่ายได้ผ่อนคลายอารมณ์ยิ่งขึ้น มือข้างที่ว่างไว้นั้นควานหาขวดโลชันเมื่อสักครู่เพื่อชโลมส่วนแข็งตึงของตนให้พร้อมกับการรุนรานครั้งใหญ่ในอีกไม่นาน

....อือ...คุณญู..... ร่างบางครางท้วงเล็กน้อยเมื่อนิ้วเรียวเมื่อสักครู่ถูกถอนออกไป คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันในที

ใจเย็นหนูน้อย คราวนี้เป็นของจริงแล้วนะ วทัญญูลอบยิ้มเมื่อเห็นท่าทางขัดอกขัดใจของร่างบาง ก่อนที่จะโน้มตัวลงทาบทับแผ่นอกแบบบางพร้อมกับดุนดันส่วนรอนของตนให้แนบชิดและค่อยๆแทรกกายเข้าไปภายในชิองทางระอุร้องอีกครั้ง

...อ้า......เจ็บ....ไม่เอาแล้ว.....ฮึก....ฮึก...เจ็บ...คุณญู ร่างบางดิ้นเร่าไม่ยอมให้อีกฝ่ายแทรกกายเข้าไปโดยง่ายอย่างครั้งที่ผ่านมา แต่ยิ่งดิ้นก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะใช้ช่วงจังหวะนั้นๆกระแทกกายเข้ามาภายในได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย ในที่สุดร่างกายของระพีก็ต้องรองรับส่วนของของอีกฝ่ายเอาไว้ทั้งหมด

แฮก...แฮกๆ.... ร่างบางหอบกระชั้น ทั้งเหนื่อยกับการดิ้นรนแล้วยังต้องเจ็บกับความใหญ่โตทั้งคับแน่นจนรู้สึกเหมือนว่าช่องทางด้านหลังของตนกกลังจะปริแตกแยกออกเป็นชิ้นๆ

อ๊ะ.....คุณญู.....อ๋า...... ระพียังไม่ทันได้ใช้เวลาในการตั้งตัว อีกร่างก็เริ่มขยับแกนกายเข้าออกตามจังหวะของอารมณ์ที่มันยากเกินกว่าจะหยุดยั้ง

สะโพกบางได้แต่ขยับโยกรับแรงกระแทกจากอีกคน เหงื่อเม็ดเล็กๆซึมผุดขึ้นจากผิวกายคนทั้งคู่ อุณหภูมิภายในห้องเริ่มระอุร้อนทั้งที่เครื่องปรับอากาศคุณภาพเยี่ยมยังคงทำหน้าทีของมันไม่ได้หยุด ริมฝีปากทั้งสองยังผลัดกันโรมรันรั้งรับกันเป็นระยะ เสียงลมหายใจหอบสั่นจากสองร่างสอดประสานกันอยู่เป็นครั้งคราว

เสียงผิวเนื้อทั้งสองกระทบกันดังจนได้ยิน แต่ไม่มีใครคิดจะสนใจ จังหวะกระทั้นกายของวทัญญูเริ่มถี่กระชั้นขึ้นอีกระดับ เรียวแขนเล็กกระชับโอบร่องบ่าแข็งแรงของร่างหนาเอาไว้แน่นแนบ ผละริมฝีปากของตนออกมาเมื่อความอัดอั้นมันเริ่มประจันเข้ามาจนแทบปะทุ ก่อนจะลงรอยเคี้ยวของตนเอาไว้ที่แนวสันลำคอของผู้ที่ยังคงประเคนความเสียวกระสันซ่านให้ทางช่องร้อนไม่ขาด

แนวขาแบบบางทั้งคู่ถูกปรับเปลี่ยนให้วางทาบไปกับแผงอกเพื่อให้การสอดกระแทกส่วนแข็งตึงนั้นเป็นไปได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถมองเห็นสีหนาร่างบางได้ถนัดอีกด้วย ดวงตาคมเข้มจ้องมองดวงหนาร่างเล็กที่เหยเกด้วยความกระสันเสียว เจ้าตัวรู้ดีว่าความต้องการของร่างบางนั้นใกล้จะถึงจุดหมาย ไม่ต่างกันจากตน

แรงกระแทกจากช่วงล่างที่ถูกเร่งจังหวะขึ้นอีกระลอก ร่างบางซึ่งรองรับนั้นสั่นคลอนไปมาตามแรงกระทำ เสียงครางอู้อี้ไม่เป็นภาษา ข้อมือเล็กถูกร่างหนายึดให้ติดอยู่กับพื้นยากนักที่จะเคลื่อนขยับคล้ายจะแกล้งให้คนตัวบางกระอักกับความหฤหรรษ์ในครานี้

อ๊ะ.....อ๊ะ.....อ้า................ แล้วเสียงครางของทั้งคู่ก็สอดประสานดังระงมไปทั่วทั้งห้อง ของเหลวสีขุ่นจำนวนไม่น้อยเอ่อล้นทะลักออกจากส่วนปลายแท่งร้อนตึงสีแดงฉ่ำด้วยแรงกระทำจากอุ้งมือร้อนของวทัญญู ส่วนระพีก็นิ่วหน้าเล็กๆเมื่อรับรู้ได้ถึงความระอุร้อนที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของตน ดวงตาสีอ่อนหรี่ปรือเต็มทีก่อนจะผล็อยหลับไปทั้งอย่างนั้น

ทางด้านวทัญญูก็คล้ายว่าสติจะคืนกลับมาบางส่วน ร่างหนาถอนกายออกมาจากร่องร้อน อุ้มเอาร่างของอีกคนไว้แนบอก ก่อนจะพาเข้าไปวางลงบนเตียงอุ่นของตนอย่างอ่อนโยน

....

นี่เราทำอะไรลงไป ไอ้ญูเอ้ย...บ้าชะมัด แกเพิ่งมีเซ็กซ์กับเด็กผู้ชาย...แม่งเอ้ย...นี่มันเรื่องอะไรกันวะ วทัญญูตะโกนโวยวายขณะที่ตัวเองอาบน้ำอยู่ เขากำลังสับสนเรื่องที่เพิ่งเกิดเมื่อสักครู่นั้นเพราะอะไรกันแน่

ใช่...เพราะความเมาเท่านั้น...แกยังเป็นผู้ชายเต็มร้อย แค่วันนี้ทะเลาะกับมิเชลเลยเผลอ...นายแค่เผลอ...เผลอเท่านั้นวทัญญู ร่างหนาพยายามหาเหตุผลให้กับตัวเอง ปล่อยให้สายน้ำชำระล้างความสับสนภายในใจให้หมดออกไปเสียที

หากแต่ภาพที่สะท้อนออกมาจากกระจกบานใหญ่นั้น รอยเคี้ยวเล็กๆที่ระพีฝากเอาไว้แถวๆต้นคอ แล้วยังรอยเล็บรอยข่วนอีกตั้งเท่าไหร่ มันยิ่งตอกย้ำนักหนาว่า เรื่องเมื่อสักครู่นั้นเป็นความจริง แล้วเขาก็มีความสุขกับการร่วมรักครั้งนี้ไม่น้อย

ร่างหนาใช้เวลาอยู่กับตัวเองภายในห้องน้ำนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะทำใจเพื่อเผชิญหน้ากับความเป็นจริง เขาเป็นลูกผู้ชาย ยังไงก็ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำไว้อยู่แล้ว ตุถึงอย่างนั้นเด็กนั่นก็เป็นผู้ชาย จะว่าเสียหายรึก็ไม่ใช่...เขาคงเคลียร์กับระพีได้ไม่ยากนักหรอก...หวังว่าคงเป็นเช่นนั้น

....

ตลอดทั้งคืนหลังจากที่เจ้าของห้องอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย เจ้าตัวก็ได้แต่นั่งมองไปที่เจ้าตัวจุ้นที่เข้ามาวุ่นวายในชีวิตของเขา แล้วตอนนี้ก็กำลังสร้างปัญหาหนักใจให้กับเขาไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าถ้าเจ้าเด็กนี่ตื่นขึ้นมาจะมาไม้ไหน

อือ.....คุณญู อ๊ะ....โอ๊ยยยยยย...เจ็บ ในที่สุดเจ้าตัวจุ้นของวทัญญูก็ลืมตาตื่นขึ้นมา กระพริบตาปริบๆปรับให้สายตารับแสงจากดวงอาทิตย์ให้เป็นปกติสักครู่ใหญ่ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อเห็นสายตาเจ้าของห้องที่จ้องมาที่ตนไม่วางตา พยายามกระเด้งตัวเพื่อลุกขึ้นนั่งอย่างทุกครั้ง

แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปเมื่อร่างบางต้องอุทานร้องออกมาทันทีที่พยุงตัวขึ้นนั่ง ความเจ็บระบมแล่นเป็นริ้วไปตามแนวสันหนัง กว่าที่เจ้าตัวจะจัดท่าทางให้อยู่ในท่วงทีที่ความเจ็บระบมดังกล่าวนั้นทำร้ายตนได้น้อยที่สุดนั้นก็ต้องใช้เวลานานกว่า 20 นาที

เราคงต้องคุยกันหน่อย ระพี วทัญญูมองท่าทางยุกยิกขยับไปมาของอีกฝ่ายก็ขัดใจขึ้นมาหน่อยๆ เดินตรงเข้าไปจัดหมอนให้สูงกว่าปกติสักหน่อย เพื่อให้อีกฝ่ายนั่งพิง ผู้หญิงมักจะจัดหมอนแล้วนั่งด้วยท่าทางอย่างนั้นเวลาที่... 

ขอบคุณฮะ...ว่ามาเลยฮะ ผมตั้งใจฟังคุณอยู่ ระพีเอ่ยขอบคุณเบาๆ มองอีกคนที่เดินกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้ง แล้วรับคำอีกฝ่ายช้าๆ

เรื่องเมื่อคืน ฉันขอโทษ... วทัญญูเอ่ยเพียงเท่านั้นช่วงคำพูดของร่างหนาก็หายไป เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอย่างไร

อืม...ผมรู้ว่าคุณจะบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นเพราะคุณเมา...เลยมองเห็นหน้าผมเป็นหน้าคุณมิเชล... แล้วก็เรื่อง...อย่างว่านั่น...ผมไม่ได้เสียหาย คุณจะไม่รับผิดชอบผมเพราะผมเป็นผู้ชาย...ว่าอย่างนั้นเถอะ ผมเข้าใจถูกใช่รึเปล่าฮะ เจ้าของเสียงอธิบายต่อความให้อีกคนเสร็จสรรพ เสียงที่เปล่งออกมาแทบจะจับความรู้สึกอะไรไม่ได้ แต่ถ้าตั้งใจฟังมันด้วยความรู้สึก วทัญญูจะรับรู้ได้ถึงความเศร้าจากร่างบางที่เจืออยู่ในทุกคำพูดของเจ้าตัว

...กะ...ก็ฉันเป็นผู้ชายนะ...เรื่องเมื่อคืนมัน....มัน.... ชายหนุ่มพยายามจะอธิบายต่อ แต่ก็ต้องจนกับความรู้สึกที่ยากจะอธิบายนั้น เด็กคนนี้พูดถูก เขาต้องการให้เป็นอย่างนั้น วทัญญูได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตากับอีกคนที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงตรงหน้า

คนที่ได้ฟังนั้นเงยหน้าขึ้นมองเพดาน กล้ำกลืนความรู้สึกเจ็บปวดของตัวเอง เขาผิดเองที่เกิดมาเป็นผู้ชาย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็จะสู้แม้ว่าโอกาสที่จะคนที่อยู่รอดนั้นเหลือไม่เท่าไหร่ ยังไงมันก็คงดีกว่าการยอมแพ้และหนีไปโดยที่ไม่ยื่นมือออกรับโอกาสที่มีเหลือริบหรี่ครั้งนี้

ผมไม่ยอมหรอก...ยังไง...ยังไง...คุณญูก็ต้องรับผิดชอบ...คุณเป็นคนแรกของผม ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่ยอมหรอก ระพีพยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่ตีขึ้นมาจุกแถวลิ้นปี่ของตน เสียงเล็กๆถูกปรับให้เข้ากว่าทุกครั้งเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความสั่นไหวของเส้นเสีย

ถ้าคุณไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ไปถึงอาวิทย์ล่ะก็ คุณต้องรับผิดชอบผม...แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้จะไม่มีใครรับรู้นอกจากเราสองคน ระพีเม้มริมฝีปากแน่นสักพัก แล้วเอ่ยข้อเสนอของตนออกมา ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่อีกคนด้วยแววประกายกล้า ไม่ให้อีกฝ่ายได้รับรู้ถึงห้วงความอ่อนไหวของอารมณ์

นะ...นาย....ฉันมองนายผิดไปจริงๆ ระพี วทัญญูเงยหน้า แววตาทั้งสองเป็นประกายกล้าไม่ต่างกัน เขาคิดผิดจริงๆ เด็กคนนี้ไม่ได้ใสซื่ออ่อนเดียงสาในแบบที่เขาคิดเอาไว้ตั้งแต่แรงเลยสินะ

คงเป็นอย่างนั้นมั้งฮะ...ผมคิดว่าคุณคงไม่มีทางเลือกอื่น วันนี้เราไปกองถ่ายด้วยกันนะฮะ ร่างบางตีหน้ายิ้มระรื่น เสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อนขึ้นมาทันที รอจนกระทั้งเจ้าของห้องเดินหงุดหงิดออกไปนั่นแหละ เจ้าตัวถึงได้ค่อยพยุงร่างกายที่เจ็บระบมนั้นเข้าไปชำระร่างกายภายในห้องน้ำ

....

มานี่เลย ตาพี...นี่มันกี่โมงแล้วรู้รึเปล่า เข้าไปแต่งตัวเลย แกก็เหมือนกันญู...เป็นผู้ใหญ่แล้วยังไม่รู้จักรักษาเวลาบ้างเลย ที่โน้นไม่สอนเรื่องมารยาทช่างภาพที่ดีให้แกบ้างรึไงนะ วิทยาสวดยาวทันทีที่เห็นหน้าทั้งนายแบบและช่างภาพของงานวันนี้ สายตั้งแต่วันแรกเชียวไม่รู้ว่ามัวไปทำอะไรกันเมื่อคืน

ระพีเดินตรงไปที่คนรักของพ่อ ส่วนอีกคนก็ได้แต่ทำหน้าเมื่อยเซ็งกับเสียงบ่นของพี่ชาย เลือกที่จะปลีกตัวออกไปจัดการเรื่องกล้องที่เป็นหน้าที่โดยตรงของตัวเอง วันนี้วทัญญูไม่ได้ถูกบังคับให้ใส่สูทอย่างทุกวันเสื้อผ้าวันนี้เลยกลายเป็นเสื้อเชิ้ตขนาดพอดีตัวพร้อมแจ๊คเกตยีนส์กับกางเกงยีนส์ขาดๆที่ใส่สบายตัวตามสไตล์ของเจ้าตัว

....

ภายในห้องแต่งตัวแคบๆสำหรับให้นายแบบตัวเล็กเปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดตามคอนเซ็พท์ที่วางเอาไว้ตั้งแต่แรกถูกจัดเรียงกันเป็นระเบียบไม่ต่ำหว่า 10 ชุด

อาวิทย์ไม่มีชุดที่มิดชิดกว่านี้แล้วเหรอฮะ ผมรู้สึกว่ามันจะหวิวๆอย่างนี้ทุกตัวเลย ระพีหยิบชุดหนึ่งในนั้นออกมาเป็นตัวอย่าง ถ้าใส่เข้าไปคงไม่ต่างจากนางแมวยั่วสวาทแน่ๆ กางเกงขาสั้นไม่ถึงครึ่งน่องร่างบางแน่ใจอย่างมากว่ามันคงแทบจะปกปิดอะไรต่อมิอะไรของตัวเองไม่ได้เลย ส่วนเสื้อก็เป็นคล้ายๆซีทรูขาดโน้นเว้านี่จนน่าหวาดเสียว

แล้วอีกเรื่องที่หน้าหนักใจยิ่งกว่าก็คือ รอยที่ร่างหนาฝากเอาไว้ตามเรือนร่างของตน ไม่ว่าจะเป็นช่วงลำคอ แผ่นอก แผ่นหลัง แม้แต่ส่วนเนื้ออ่อนๆแถวๆซอกขา คุณญูก็ยังมาวายสร้างมันไว้กับเรือนร่างของเขา ไม่รู้จะอะไรกันนักกันหนา เมื่อเช้าอาบน้ำเลยเห็นกว่าจะอาบเสร็จก็เกือบชั่วโมงเลยนั่นแหละ

ก็ตาม Theme หลักของมันไง X&seX พีคงไม่คิดว่าจะใส่เสื้อคอเต่าแขนยาวกับกางเกงยีนส์ขายาวที่เอาไว้ใส่ตอนหน้าหนาวหรอกนะ มาๆ เดี๋ยวอาจะเปลี่ยนชุดให้ วิทยาประชดประชันหลานชายคนโปรดเข้าให้เต็มๆ มองชุดที่ร่างบางใส่มาก็...ตอนนี้เมืองไทยอยู่ในช่วงฤดูหนาวก็จริง แต่สาบานได้เลยว่ามันไม่ได้หนาวขนาดที่ต้องใช้ผ้าพันคอเหมือนอย่างที่หลานชายตัวบางนี่กำลังใช้อยู่แน่ๆ

อ๊ะ...อย่าฮะ....ดะ...เดี๋ยวผมจัดการเองดีกว่า ระพีพยายามดิ้นหนีมือเรียวๆของวิทยาที่กำลังจะปลดผ้าพันคอรวมไปถึงเสื้อผ้าชุดที่ตัวเองกำลังสวมอยู่ เขาไม่ได้อายอะไรนักหรอกเพราะปกติเวลาแต่งตัวแต่งหน้าหรืออะไรประมาณนี้อาวิทย์ก็เป็นคนจัดการทั้งหมดอยู่แล้ว เพียงแต่วันนี้มันมีอะไรที่มากกว่านั้น สิ่งที่เขาไม่ต้องการให้คนผู้นี้รับรู้

ตาพี...ไปทำอะไรมา....บอกอามาเดี๋ยวนี้เลยนะ วิทยาโวยลั่นเมื่อสังเกตเห็นร่องรอยคุ้นตาตรงบริเวณต้นคอขาวๆของหลานชายคนโปรด

to be con part 006

2007/Apr/09

Novel :: Click2

Cast :: [วทัญญู วิวัฒนา ] [ ระพี เจนอักษร ]

Part :: 004

By :: archi_10_001

ไม่เอานะฮะ...พีไม่รับงานนี้หรอก แค่เดินแบบครั้งนั้นก็...สยองแล้ว...... เสียงเล็กๆโวยวายลั่นห้องทำงานของ ราชันย์ผู้เป็นพ่อ

ดวงตาคู่เรียวจดจ้องไปที่พ่อของตนอย่างขอร้อง เขาไม่ต้องการที่จะเข้าไปยืนนะตรงนั้นอีกแล้ว ไม่มีใครจริงใจ มีแต่คนที่คิดจะแกล้ง จะทำร้าย...แล้วยังต้องเป็นผู้หญิง ยังไงเขาก็ไม่มีทางทำอย่างนั้นอีกเป็นครั้งที่ 2 แน่

แล้วพีจะให้อาทำยังไง งานครั้งนี้เป็นงานใหญ่นะ ถ้าเรารับงานชิ้นนี้ล่ะก็ สบายไปอีกนานเลย ไม่อยากช่วยเจ้ายูมันรึไง ถ้าได้งานนี้ มันจะเหนื่อยน้องลงอีกโขเลยน้า.... วิทยาพยายามหวานล้อมเด็กน้อยอีกครั้ง เขามั่นใจว่าเด็กคนนี้จะสามารถขึ้นไปยืนเป็น top model ได้อย่างสบายๆ เขาก็จะได้ไม่ต้องไปง้อพวกเด็กในสังกัดที่ดังแล้วกะชิ่งอย่าง แม่มิเชล อะไรนั่นอีก

กะ...ก็พีไม่อยากแต่งหญิง ใส่กระโปรงอย่างนั้น ลำบากจะตายไป ระพีเริ่มอึกอัก ทั้งที่ตอนแรกที่รู้เรื่องไม่ยอมท่าเดียวแท้ๆ แต่พอได้ยินชื่อน้องชายวิทยาเท่านั้นก็ลังเลขึ้นมาจนวิทยาลอบยิ้ม...แผนของตนได้ผลกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก

หลานชายตัวแสบหลงรักน้องชายปากร้ายของเขาเสียแล้ว

อาไม่ได้บอกให้เราแต่งหญิงสักหน่อย ครั้งนี้เป็นพรีเซนเตอร์น้ำหอมชายต่างหาก เจ้าตัวยุ่ง!!!! เป็นอันว่าตกลง พรุ่งนี้อาจะไปรับที่บ้านตอน 9 โมงเช้า...ส่วนชุดที่จะใส่ เตรียมไว้ให้ในห้องเรียบร้อย เย็นนี้ลองดูก่อนก็ดี แต่ไม่น่าจะมีปัญหา อาวิทย์ซะอย่าง 555+++ เจ้าญูต้องดีใจกับงานครั้งนี้แน่.....555 วิทยาหัวเราะรวน ดีใจที่เกลี่ยกล่อมเด็กน้อยสำเร็จสมใจ

เออ...แต่ว่า ระพีทำท่าจะค้าน แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่ออีกฝ่าย พูดเองเออเองเสร็จสรรพ

เออ เกือบลืม พีต้องทำงานร่วมกับนายแบบอีกคน ท่าทางจะเป็นนายแบบอิมพอร์ตคงได้เจอพรุ่งนี้นั่นแหละ อย่าไปแผลงอิทธิฤทธิ์ใส่เขาเชียว วิทยาหันมากำชับกับนายแบบหน้าใหม่อย่างหนักแน่น ฤทธิ์ลูกชายเขาน้อยซะที่ไหนกัน

คุณแพ้นะครับ.ราชันย์ อาหารมื้อนี้คุณเป็นเจ้ามือ ร่างโปร่งหันไปย้ำเรื่องผลการพนันเมื่อเช้า ระหว่างตนกับคนรักที่นั่งเงียบมาตั้งแต่ต้น

หึๆ...ถึงคุณแพ้ผมก็ต้องเป็นเจ้ามืออยู่ดีนั่นแหละ ว่าแต่...เที่ยงนี้จะทานอะไรดี ไปฉลองความสำเร็จของอาวิทย์เขาหน่อย พยายามหว่านล้อมแกเป็นนานสองนาน ราชันย์หัวเราะในลำคอ กับท่าทางของคนรัก อยากได้เจ้าเด็กแสบนี่ไปเป็นนายแบบครั้งนี้เสียเหลือเกิน ไม่รู้คิดยังไงของเขากันนะ จับปูใส่กระด้งยังง่ายกว่าเสียอีก

อ้อ...เพราะอย่างนี้นี่เอง ถึงได้อยากให้ผมไปเป็นนายแบบให้นัก อาวิทย์ใจร้ายจริง ระพีบ่นงุบงิบอย่างขัดใจ เสียท่าคุณอาหวานใจคุณป๋าคนนี้อีกแล้วสินะเนี่ย

ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย อามองเห็นความสามารถของพีต่างหาก แต่คุณป๋าของพีไม่เชื่ออาเลยสักนิด คุณป๋าของพีนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุเรื่องทั้งหมด วิทยาไม่ยอมโดนงอนคนเดียวอยู่แล้ว โยนส่งความผิดทั้งหมดไปให้เจ้าของห้องเสียเลย

คุณป๋าผิดอีกแล้วสิเนี่ย ราชันย์บ่นกึงนึกขำ ท่าทางของลูกชายและคนรักหน้าหวานของตนเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนเลยทีเดียว

ใช่ ไม่ต้องให้ย้ำหลายครั้ง สองเสียงประสานกันได้ลงตัวเสียจน ราชันย์หลุดขำออกมาจริงๆ พร้อมทั้งยอมจำนนรับความผิดที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว ก่อนจะพาครอบครัวแสนรักออกไปทานอาหารมื้อกลางวันเป็นการไถ่โทษที่ได้กระทำลงไปในวันนี้

....

ญูคะ...เรื่องพรีเซนเตอร์น้ำหอมครั้งนี้ มิเชลไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลยค่ะ หญิงสาวเดินเข้าสวมกอดชายหนุ่มจากด้านหลัง พลางกระซิบถามแฟนหนุ่มเสียงพร่า...หล่อนสวมเพียงแค่เสื้อคลุมอาบน้ำแบบบางเท่านั้นหลังจากเพิ่งตื่นนอนและพยุงตัวลุกขึ้นจากเตียงนุ่มนิ่มนั้นได้

ชายหนุ่มซึ่งกำลังแต่งตัวอยู่นั้นปรายตามองหญิงสาวที่เข้ามากอดร่างของตน ก่อนจะกดสันจมูกโด่งของตนลงไปที่แก้มนิ่มนวลนั้นอย่างเอาใจ แฟนสาวของเขาดูท่าจะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่กับงานของเขาในครั้งนี้

ผมก็เพิ่งรู้ตอนที่พี่วิทย์โทรมาบอกเมื่อเช้านี้เอง ผมต้องไปแล้วนะครับ...คนสวย อยากทานอะไรก็โทรสั่งขึ้นมาได้เลย ผมบอกข้างล่างไว้ให้แล้ว จะกลับเมื่อไหร่ก็อย่าลืมล็อกประตูนะครับคนดี...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิครับ ผมใจอ่อนกับท่าทางอย่างนี้นะ วทัญญูพลิกตัวหันเข้าเผชิญหน้ากับหญิงสาว กอดร่างอวบน่าสัมผัสนั้นเอาไว้ในอ้อมแขน หอมแก้มนุ่มนั้นอีกครั้ง ก่อนที่จะละสายตาออกเพื่อตัดใจไปทำงานเสียที ช้าก็นี้คงไม่ดีแน่ๆ

ก็ไม่ต้องไปก็ได้นี่คะ ญูเป็นรองประธานไม่ใช่เหรอ ใครจะกล้าว่าก็ให้รู้ไปสิ มิเชลไม่ยอมปล่อยวงแขนของตนลง ยังคงกอดร่างกำยำของแฟนหนุ่มเอาไว้อย่างแน่นหนา

ไม่เอานะครับ...คนดี คืนนี้เดี๋ยวผมจะพาไปดินเนอร์เป็นการไถ่โทษนะครับ คุณเลือกร้านที่ชอบเอาไว้ได้เลย รับรอง คืนนี้จะเป็นคนของเรา....แค่สองคนนะครับ วทัญญูงัดไม้ตายขึ้นมาใช้ เขาเคยคบกับผู้หญิงคนนี้มานานโข ถึงแม้จะห่างกันไปบ้าง แต่เขาก็มั่นใจว่าเธอยังชอบการดินเนอร์ใต้แสงเทียงสุดโรแมนซ์ไม่เปลี่ยนแปลง

แล้วมันก็เป็นอย่างที่วทัญญูคาดเอาไว้ หญิงสาวยอมปล่อยให้เขาออกมา แต่ก็ยังออดอ้อนออเซาะเขาอยู่ดี แต่นั่นมันก็เป็นสิ่งที่เขาชอบอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวแหละ

....

เจ้าญูนี่แกจะปล่อยให้ลูกค้าเขารอจนหัวหงอกกันไปข้างเลยรึไง ทันทีที่น้องชายก้าวออกจากลิฟต์ เข้ามาถึงชั้นผู้บริหาร วิทยาก็ตั้งท่าจะสวดอบรมน้องชาย...

อาวิทย์...เข้าไปข้างในกันก่อนเถอะนะฮะ ทางโน้นเขารอเรานานแล้ว เดี๋ยวจะเสียเรื่องเปล่าๆ ระพีรั้งเอาไว้ ก่อนที่คุณแม่ยังหนุ่มของตนจะสวดรับขวัญข้องชาย

วิทยายอมรามือ แล้วสะบัดหน้าหนีเดินเข้าไปภายในห้องประชุมขนาดสิบที่นั่งนั้นเสียก่อน ลูกค้าเขานั่งรอน้องชายหัวแก้วหัวแหวนนี่นานกว่า 10 นาทีแล้ว ถ้าชวดงานนี้คอยดู...

พ่อจะจับไอ้ญู เจื๋อน เสียบประจานหน้าบริษัทนี่เลย

คุณก็เหมือนกัน นัดไม่เป็นนัดเสียเลย...คงล่ำลาแม่สาวสุดอึ๋มในห้องอยู่สิท่า เด็กหนุ่มบ่นให้เพื่อนต่างวัย คำพูดนั้นฟังดูคล้ายจะตำหนิ...แต่ไม่อยากให้อีกฝ่ายเครียดนัก จะหยอกเย้าร่างหนาเข้าให้อีกสักหน่อย

เรื่องของฉัน ว่าแต่...นายเกี่ยวอะไรกับงานนี้ด้วยมิทราบ วทัญญูตอกกลับ เขาอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วกับเรื่องที่โดนพี่ชายต่อว่ากับงานรั้งแรกของตน แล้วยังจะต้องมาฟังเจ้าเด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้าคนนี้ตำหนิอีก กล้าดียังไง

ขอโทษแล้วกัน ผมมันยุ่งไม่เข้าเรื่องเองนั่นแหละ ระพีเอ่ยขึ้นด้วยความน้อยใจ มันทีที่ได้ยินประโยคเช่นนั้น ก่อนที่จะเร่งฝีเท้าตามวิทยาเข้าไปในห้อง

.

ภายในห้องประชุมค่อนข้างตึงเครียดพอสมควร เนื่องจากต้องรอท่านรองประทานบริษัทอยู่กว่าสิบนาที แต่ทุกอย่างก็เริ่มคลีคลายลงเรื่อยๆเมื่อวิทยาเริ่มแนะนำคนของฝ่ายตนให้ผู้เข้าร่วมประชุมรู้จัก ชื่อเสียงขอวทัญญูที่เป็นถึง ช่างภาพระดับต้นๆของเอเชีย ช่วยลบเรื่องที่เขามาสายเมื่อสักครู่นั้นได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

วิทยานั่งหัวโต๊ะด้านหนึ่งซึ่งเป็นตำแหน่งของประทานบริษัท ถัดออกไปทางด้านขาวมือเป็นวทัญญูรองประธานบริษัท และถัดออกไปเป็นระพีนายแบบที่จะมาเป็นพรีเซนต์เตอร์ของงานนี้ ส่วนทางซ้ายมือของวิทยาก็เป็นตัวแทนจากบริษัททางโน้น 2 คนซึ่งเป็นเจ้าของน้ำหอมชื่อดัง ถัดออกไปเป็นตัวแทนจากอีกโมเดลลิ่งมี 3 คน ซึ่งคนที่นั่งอยู่ริมสุดคือพรีเซนเตอร์อีกคนของงานครั้งนี้เดวิด

การพูดคุยของวิทยาและตัวแทนจากอีกสองบริษัทถกถียงกันอยู่สักครู่ใหญ่กว่าที่จะตกลงกันได้เกี่ยวกับภาพรวมๆของโฆษณาครั้งนี้ และดูเหมือนว่าวิทยาจะดีใจเอามากๆกับการที่ความคิดของตนได้รับการอนุมัติ แต่กับระพีที่ต้องเป็นพรีเซนเตอร์ครั้งนี้ไม่ค่อยพอใจเสียเลยกับ Theme ในครั้งนี้

....

อาวิทย์ พีไม่อยากเป็นแล้ว อาวิทย์โกหกเรื่อง Theme ไม่เห็นจะเคยพูดเลยสักครั้ง ระพีโวยขึ้นมา เมื่อได้อยู่กับเจ้าของต้นคิดในหัวข้อการประชุมเมื่อเช้า

ก็ถ้าบอกก่อน พีก็ไม่ยอมมาเป็นนายแบบให้อาสิ!!!! วิทยาตอบออกมาหน้าซื่อ เขาพูดเรื่องจริง เพราะรู้ดีว่าลูกของราชันย์คนนี้ไม่เอาด้วยกับตนแน่ถ้ารู้ว่า Theme รวมๆของงานคือ X&seX

อาวิทย์...! ระพีโวย จะไม่ยอมรับงานนี้ท่าเดียว แต่วิทยาก็เมินเฉยไม่สนในท่าทางกระฟัดกระเฟียดของเด็กหนุ่ม

ไม่มีอะไรหรอกน่า...เจ้าญูเป็นคนถ่ายให้ด้วย ไม่เห็นต้องอายเลย วิทยาบ่นออกมา ยกมือขึ้นมาโบกไปมาประมาณว่า ไม่ต้องคิดมานักหรอกน้า คนกันเองแท้ๆ

ก็เพราะเป็น คุณญู นั่นแหละพีถึงได้อาย เพราะอาวิทย์คนเดียวแท้ๆเลย...หงะ!!! ระพีพูดลอยๆออกมา ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟานิ่มอย่างขัดใจ

วันนี้จะไปไหนรึเปล่านี่...เดี๋ยวตอนเย็นต้องดินเนอร์กับทางโน้นอย่าเถลไถลนะ วิทยาถามหลานชาย เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มกำลังเตรียมตัวเพื่อจะออกไปข้างนอก

นี่อาคงไม่คิดจะยื้อตัวไปเอาไว้จนถึงดินเนอร์หรอกนะฮะ พีแค่อยากจะออกไปเดินเล่นห้างข้างๆโน้นสักหน่อย มีอะไรเร่งด่วนก็โทรมาก็แล้วกันนะครับ ระพีหน้าบูดขึ้นมาเมื่อโดนวิทยาดักคอเอาไว้ ก่อนที่จะยอมจำนนให้กับคนรักคุณป๋าแต่โดยดี

โอเค...แล้วเจอกันนะ หนูระพี วิทยาโบกมือลาเจ้าขอชื่ออย่างน่ารัก จนคนที่กำลังจะออกจากห้องนึกหมั่นไส้ อย่างนี้สินะทั้งเขาทั้งคุณป๋าถึงได้หลงอาวิทย์กันทั้งคู่

....

ระพีออกมาเดินเล่นให้สบายอารมณ์อยู่ข้างนอกสำนักงานของคุณอาผู้น่ารักของตน ระพีเดินไปเรื่อยๆก่อนที่จะหยุดลงที่หน้าร้านเค้กมีชื่อร้านหนึ่ง เด็กหนุ่มมองเข้าไปภายในบรรยากาศของร้านน่านั่งเป็นที่สุด แล้วระพีก็ตัดสินใจเดินเข้าไป คงเพราะเพลิดเพลินกับความน่ารักของร้านเลยทำให้ไม่ทันได้มองคนที่เดินสวนออกมา

อุ๊ย....เจ็บจังวะ เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลยรึไงวะ...! ไอ้ยักษ์!!! แม่ง!!! ชนเข้ามาได้ ระพีด่าออกไปด้วยไม่ค่อยสบอารมณ์นกที่โดนกระแทกชนจนแทบจะล้มอย่างเมื่อสักครู่

อะ...อืม..ข...ขอโทดคราบ เสียงเอ่ยขอโทษแบบแปลกๆเรียกให้เด็กหนุ่มผู้เสียหายเงยหน้าขึ้นประจันกับคนที่เพิ่งชน

เห๋...Mr.David เสียงระพีเอ่ยถึงคนตรงหน้า เขาจำคนๆนี้ได้นายแบบร่างใหญ่ที่จะมาเป็นพรีเซนเตอร์ร่วมกับเขา คราวนี้กลายเป็นระพีเสียแล้วที่เสียอ่อนลงจะรู้สึกได้

So sorry. สำเนียงอังกฤษส่งตรงไปให้อีกฝ่าย ทำให้ทางด้านขอเดวิดมีสีหน้าดีขึ้นมาหน่อยจากเมื่อสักครู่

*ผมขอโทษ ผมเดินไม่ดูเองนั่นล่ะ* ระพีเปล่งเสียงภาษาอังกฤษอีกครั้ง ยอมเป็นคนผิดแต่โดยดีทั้งที่ นี่ไม่ได้เป็นนิสัยของตนเลยสักนิด แต่จะทำอะไรได้ก็คนๆนี้กำลังจะเป็นเพื่อนร่วมงานกับตน

*ไม่เป็นไร* เพื่อนใหม่ชาวต่างชาติเอ่ยขึ้นพลางส่ายหัวพร้อมกับร้อยยิ้มใจดี ทางด้านของตนไม่ได้เป็นอะไรมากอยู่แล้ว

*คุณระพี กำลังจะไปไหนเหรอครับ* เดวิดถามอีกฝ่าย

*กะว่าจะเข้าไปหาอะไรทานข้างในสักหน่อย แต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์แล้ว ผมขอตัว* ระพีตอกกลับไปภาษาของเพื่อนใหม่ ก่อนที่จะฉีกตัวออกมาจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ความอดทนที่มีไม่ค่อยมานักของเขาทำให้เขาอยู่กลับใครไม่ได้นานสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเพื่อนใหม่ที่เขาไม่ต้องการอย่างเจ้ายักษ์บ้านั่น

ตามความเป็นจริง เดวิด นายแบบอิมพอร์คนนั้นไม่ได้ตัวยังกับยักษ์อย่างที่ระพีว่าสักเท่าไหร่ เดวิดเป็นผู้ชายที่ร่างดายบึกบึนตามเสป็คของผู้หญิงทั่วไป สูงประมาณ 190 ช่วงตัวยาวดูสมาร์ทสมส่วนกับช่วงขาที่ยาวเช่นกัน กล้ามเนื้อเป็นมัดตามแบบของคนเล่นกล้ามแต่ก็ไม่มากมายขนาดพวกเพาะกาย เรียกได้ว่า สมแล้วกับที่เป็นนายแบบอิมพอร์ต

....

ในที่สุดระพีก็คิดว่าคงได้กลับไปตายรังที่ห้องทำงานของอาวิทย์อีกเป็นแน่แท้ เมืองไทยนับวันก็ยิ่งร้อน อยู่ข้างนอกนานๆอย่างนี้มีหวังตายเพราะขาดน้ำแน่ๆ แต่แล้วสายตาก็ตวัดไปเห็นสาวสวยผมลอนด์หยิกได้รูปตามสมัยนิยม ระพีจำเจ้าหล่อนคนนี้ได้ขึ้นใจเพราะเคยเจอเธอที่คอนโดของวทัญญู คุณมิเชล

ครั้งนี้เธอเดินควงกับผู้ชายอีกคน ระพีมั่นใจได้ว่าไม่ใช่เพื่อนช่างภาพมือดีของตนแน่ๆ แต่หล่อนก็ควงแขนทำท่าทางอย่างกับรักกันมานานแรมปี ชายหนุ่มคนที่เดินเคียงข้างก็โอบเอวรัดหล่อนไว้อย่างไม่นึกกระดากอายว่าเจ้าหล่อนจะเป็นของๆใคร

---ติ๊ด----ติ๊ด----ติ๊ด--- เสียงโทรศัพท์เครื่องจิ๋วดังขึ้น ระพีก็รีบคว้าขึ้นมารับอย่างรีบร้อน เพาะกลัวว่ามันจะดังจน คุณมิเชลอะไรนั่นจะได้ยิน

ครับ อาวิทย์ มีอะไรด่วนรึเปล่าครับ ระพีส่งเสียงกระซิบกระซาบไปตามสาย ส่วนสายตาก็ยังจดจ้องมองไปที่สองหนุ่มสาวข้างหน้าไม่วางตา

เป็นอะไร ตาพีทำไมต้องกระซิบกระซาบอย่างนี้ด้วย ไปแอบทำอะไร อยู่ที่ไหนบอกมาเลยนะ เจ้าตัวแสบ วิทยาตะโกนว่าไปตามสาย คิดเอาไว้อยู่แล้วไม่น่าไว้ใจเจ้าหลานตัวแสบคนนี้เลยจริงๆ นี่เขาจะโดนราชันย์ว่าอย่างคราวก่อนรึเปล่านะ คลาดสายตาหน่อยไม่ได้เชียว ช่างก่อเรื่องเสียจริงเจ้าพีจอบแสบ

อาวิทย์อย่าเพิ่งโวยวายสิครับ พีกำลังตามจับชู้ให้คุณญูอยู่นะครับ ระพีรีบแย้ง มือข้างหนึ่งกดปิดช่องทางออกของเสียงเอาไว้ เพื่อไม่ให้เสียงที่อีกฝ่ายโวยวายซะดังลั่นนั่นได้ยินไปไกลนัก

เห๋...ชู้ไอ้ญู แม่มิเชล ยอดยาหยีของมันนะเหรอ เหอะ...น้องชายอามันโดยยาเสน่ห์เข้าให้แล้วล่ะพี ไม่ต้องไปตามให้มันหรอก กลับมาหาอาที่ห้องได้แล้วจะได้ออกไปกันเลย เสียงคุณอาตรงใจอยู่พักแรก ก่อนที่สมองจะค่อยๆประมวลผลออกมา เสียงของวิทยาจึงกลับมาเป็นปกติ ไม่ได้ตกใจโวยวายเรื่องที่น้อยชายของตนโดนสวมเขาเลยแม้แต่น้อย

อ้าว...อย่างนี้คุณญูก็ถูกคุณมิเชลอะไรนี่หรอกสิฮะ พีเห็นเธอกอดผู้ชายคนนี้เสียแน่นเชียว พีละเสียวว่าอกหล่อนจะยุบจนหายเอาไปในตัวของผู้ชายอีกคนนั่น ระพีหน้าบู้ขึ้นมาอย่างไม่สมใจ กะว่าจะมีเรื่องไปฟ้องวทัญญูแล้วเชียว น่าเสียดายจริงๆ

555+ ไม่ต้องไปสงสารมันหรอก เจ้างั่งนั่น! อาเตือนมันตั้งแต่อยู่ที่โน้นเชื่อกันที่ไหน พอกลับมาก็โดนเจ้าหล่อนงาบไปรับประทานอีกตามเคย วิทยาบ่น หัวอกคนเป็นพี่ชายแล้วลึกๆก็ห่วงน้องอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ทำอย่างไรได้ก็ในเมื่อน้องชายตัวดีไม่เชื่อในสิ่งที่เขาเตือนเลยสักนิด

เหรอฮะ งั้นอีก 10 นาที เจอกันนะครับ อาวิทย์ พีกำลังจะไปหาแล้ว รอหน่อยนะครับ ระพีกรอกเสียงไปตามสายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะตัดสายการสนทนาจากเจ้าเครื่องมือสื่อสารตัวจิ๋ว

....

ภายในห้องภัตตาคารภายในตึกสูง ตึกใบหยก 2 ดูโอ่อ่าจนระพีแทบไม่อยากจะกระดิกตัวไปไหนเสียแล้ว ถึงจะมีวิวโดยรอบ มองไปทางไหนก็เห็นเป็นตึกสูงๆเสียหมดแล้วเวลานี้ ระพีพยายามชะเง้อหาคนอีกคนที่ต้องมาในงานนี้

อาวิทย์ คุณยูยังไม่มาเสียทีครับ ระพีบอกกับคุณอา ก่อนที่จะหันไปชะเง้อมองหาคนๆนั้นอีกครั้ง ไม่รู้ว่าไปไหนของเขากันนะ

เจ้ายูมันไม่มาแล้ว เดี๋ยวคุณป๋าคงมาแทน ไม่รู้เป็นอะไรของมันท่าทางของขึ้น วิทยาพูดกับหลานชายอย่างไม่ใส่ใจ แต่กับอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆกันนั้นร้อนรนเสียจนนั่นไม่ติดเก้าอี้ นึกเป็นห่วงเพื่อนของตนขึ้นมาตงิดๆ ของขึ้น อย่างนั้นเหรอ

เวลาผ่านไปไม่ถึง 10 นาทีคุณป๋าขอระพีก็เดินเข้ามานั่งแทนที่ท่านรองประธาน แล้วอาหารที่สั่งเอาไว้ทางโทรศัพท์ก็ทยอยมาเสริฟเป็นลำดับ

*มองหาใครอยู่เหรอครับ* เดวิดเอ่ยถามเพื่อนร่วมงานคนใหม่ ด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงชัดเจน เมื่อสังเกตเห็นว่าร่างบางนั้นนั่งติดเก้าอี้เสียเลย

*เปล่า...ไม่มีอะไร* ระพีตอบกลับเฉยๆจนผู้เป็นพ่อต้องสะกิด เพราะสำเนียงรวมไปถึงท่าทางของลูกชายเพียงคนเดียวนั้นไม่รับแขกมากๆ

โอ๊ะ...คุณป๋า ระพีสบถขึ้นมาเบาๆ เมื่อโดนพ่อสะกิดด้วยการหยิก ท่าทางคงจะเขียวช้ำได้ทีเลยคราวนี้ สายตาคมตวัดสบตาคุณป๋าอย่างงอนๆ แล้วขอตัวลุกขึ้นจากโต๊ะอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาไม่ต้องการได้แผลอีกเป็นแผลที่ 2 ของวันนี้

*คะ...คือผมอยากเข้าห้องน้ำ* ระพีพูดกับคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามซึ่งก็คือเดวิดนายแบบหุ่นล่ำหน้าหล่อคนที่ถามเขาเมื่อสักครู่นี้เอง

*อะ...เออ...ผมไปด้วยคนนะครับ* เดวิดรีบลุกและวิ่งตามนายแบบรุ่นน้องชาวไทยนั้นไป เมื่อคนที่ลุกไปก่อนหน้าไม่มีทีท่าว่าจะหยุดฝีเท้ารอเขาแม้แต่นิดเดียว

ตามมาทำไมของมันวะ...ไอ้ยักษ์นี่ น่ารำคาญชะมัดเลย ให้ตายสิ ระพีบ่นออกมาเป็นภาษาไทย นึกชื่นชมคนสมัยก่อนที่อุตส่าห์คิดภาษาของตัวเองได้ ถึงไม่ใช่ภาษาสากลแต่ก็ได้เปรียบไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าวนี่ได้หลายขุมเลยทีเดียว อย่างน้อยเวลาด่ามันก็ไม่รู้เรื่อง

ความจริงระพีก็ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเจ้ายักษ์ตัวนี้สักเท่าไหร่ แล้วก็ยังไม่นึกพิศวาสอยากรับรู้เอาไว้ให้รกสมองด้วย เพราะเท่าที่ดูจากความเป็นไปได้ เขาต้องกลายเป็นไกด์ให้เจ้ายักษ์ตัวนี้เป็นแน่ๆ ได้ยินทางโน้นเขาร่ำๆว่า เดวิดอยากเที่ยวแต่ไม่มีใครมีเวลา... เขาเองก็ว่างนักนี่....หงุดหงิด!!!

.

แล้วเรื่องก็เป็นอย่างที่ระพีคาดเอาไว้ วิทยาให้เขาไปเป็นไกด์ให้เจ้ายักษ์เผือกนี่ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ถ้าไม่ใช่เพราะคุณป๋ามองมาด้วยสายตาอาฆาตล่ะก็ เหอะ!!! ฝันไปเถอะไอ้ยักษ์ตัวเผือก

แล้ววันนี้จะให้ไปส่งที่ไหน เดี๋ยวอาไปส่งถึงหน้าห้องเลย วิทยาเสนอตัวเป็นสารถีให้กับหลานชาย แล้วก็ต้องลอบยิ้มออกมาเมื่อเห็นสายตาละห้อยอย่างน่าสงสารจากผู้เป็นพ่อ

เดี๋ยวพีจะไปหาคุณญูครับ ปานนี้คงกลับถึงคอนโดแล้วมั้งครับ ระพียิ้มให้กับความใจดีของอาผู้น่ารัก ถ้าไม่ติดว่าเจ้าเล่ห์จนหาใครเปรียบไม่ได้ล่ะก็จะเป็นคุฯอาที่น่ารักกว่านี้อีกหลายเท่านัก

งั้นไปกันเลย คุณเป็นคนขับนะครับ รถคุณค่อยมาเอาพรุ่งนี้ก็ได้เดี๋ยวผมขับมาส่ง วิทยาเดินเข้าไปโอบไหล่หลานชาย ก่อนจะหันไปยื่นกุญแจรถของตัวเองให้กับคนที่ยืนทำตาละห้อยอยู่ข้างหลัง

เพียงแค่นั้นคงที่ยืนคอตกตาละห้อยอยู่เมื่อสักครู่ก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ระพีถึงกับเบ้ปากหนีเมื่อเห็นท่าทางดีใจจากคุณป๋าของตัวเอง

เก็บอาการหน่อยก็ได้ฮะคุณป๋า เดี๋ยวเขาก็หาว่าอาวิทย์พาหลานมา 2 คนหรอก ระพีหันไประงับอาการตื่นเต้นของคุณป๋าเอาไว้ แต่กลับได้ยินเสียงหัวเราะสมใจมาจากคนข้างๆ...

จะว่าไปมีหลาน 2 คน ก็ดีเหมือนกันนะครับคุณราชันย์ วิทยาแซวคนรักซึ่งหน้าตูมงอนตุ๊บป่องเดินนำไปข้างหน้าแล้วด้วยความน้อยอกน้อยใจ

.

ระพีถูกส่งตัวที่หน้าคอนโดของวทัญญู เพราะเจ้าตัวไม่ยอมให้คนทั้งคู่ขึ้นไปส่งให้ถึงหน้าห้องตามที่สัญญา ด้วยเหตุผลที่ว่าตัวเองโตเสียจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้ว เดินไปที่ลิฟต์แล้วก็ขึ้นไปที่ห้องของคุณญูนี่ไม่ใช่เรื่องยากสักหน่อย

ดูแลตัวเองให้ดีด้วย ฝากดูเจ้าญูด้วยนะ ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรของมันวันนี้ วิทยากำชับกับหลานชายอีกครั้ง ร่างบางพยักหน้ารับทำอย่างหนักแน่น

เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าวันนี้เพื่อนช่างภาพของเขาเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้นถึงได้ไม่ไปทำงานวันนี้ ทั้งที่นัดกันเอาไว้อย่างดีแล้ว

ระพีรีบเดินตรงไปที่ลิฟต์ของคอนโดหรูนั้นทันที ใช้เวลาเพียงไม่นานนัก ร่างบางก็มายืนอยู่หน้าห้องของวทัญญูเป็นที่เรียบร้อย

to be con part 005


edit @ 2007/04/12 13:46:57

2007/Mar/30

Novel :: Click2

Cast :: [วทัญญู วิวัฒนา ] [ ระพี เจนอักษร ]

Part :: 003

By :: archi_10_001 _10_001

"หวัดดีฮะ ขอโทษที่รบกวนแต่เช้า อาวิทย์ให้เอาข้าวเช้ามาให้ฮะ" ระพียิ้มหวานพร้อมโชว์อาหารกลิ่นหอมในมือให้อีกคนดู ก่อนที่จะพาตัวเองเข้ามาภายในห้องหรูอย่างถือวิสาสะ

วันนี้ไปอ้อนอาวิทย์อยู่นานสองนานกว่าจะได้ที่อยู่ของเพื่อนคนนี้มา พร้อมเหตุผลที่จะมาหาอีกต่างหาก วันนี้อาวิทย์ใจดีนะเนี้ย

"โอ้โห ห้องคุณสวยนะฮะ อิอิ น่าอยู่กว่าของพีเป็นไหนๆ" คนตัวเล็กวิ่งสำรวจห้องเพื่อนตัวโตด้วยความร่าเริงซะจนคนที่มองมานั้นอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้ ท่าทางร่าเริงเกินเหตุไปสักนิดนะเนี้ย

"เข้ามาห้องชาวบ้านเนี้ยหัดมีมารยาทซะมั่งสิ" วทัญญูซึ่งเป็นเจ้าของห้องบ่นแบบไม่ค่อยใส่ใจนัก เพราะรู้ดีว่าต่อให้ตนบ่นจนปากจะฉีกไปถึงใบหูเจ้าเด็กคนนี้ก็คงไม่ทำตามที่ตนสอนอยู่ดี

"แหม มีใครซ่อนเอาไว้หละสิ ถึงได้หวงนัก หวงหนาอย่างนี้น่ะ ไม่อยากให้อาวิทย์รู้หละสิท่า คุณช่างภาพ อิอิ" ร่างบางร่ายออกมาเรื่อยเปื่อย ไม่ได้คิดเป็นจริงเป็นจังอะไรกับคำพูดเมื่อสักครู่มากนัก

แต่กับอีกฝ่ายมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น วทัญญูชักสีหน้านิดๆเมื่อเจ้าเด็กเมื่อวานซืนนี่พูดอะไรไม่ค่อยเข้าหูสักเท่าไหร่

"คนอย่างฉันน่ะ ไม่เคยคิดจะหลบๆซ่อนๆ จะทำอะไร เปิดเผยเสมอแหละ ไม่รู้เรื่องอะไรก็อย่าปากมากนัก" วทัญญูว่ากลับ เพราะไม่พอใจกับคำพูดอย่างนั้นของระพีสักเท่าไหร่

"ขอโทษ โกรธเหรอ พะ...พีแค่พูดเล่นเฉยๆ อย่าโกรธเลยนะ พีขอโทษ" ระพีก้มหน้ายอมรับความผิดแต่โดยดี ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าตนไปพูดอะไรไม่เข้าหูตรงไหน

"โทษที ฉันอารมณ์ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่น่ะ เพิ่งตื่น" วทัญญูเริ่มรู้ตัวว่าตนกำลังโวยวายกับคนที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรอย่างเจ้าเด็กน้อยคนนี้เข้าให้เสียแล้ว เลยขอโทษขอโพยอีกฝ่ายเช่นกัน

....

"งั้นเดี๋ยวพีจัดอาหารให้ทานนะ รับรองคุณญูต้องชอบแน่ๆเลย ว่าแต่ครัวของคุณญูตรงไหนเหรอฮะ" ระพียิ้มรับ แค่ได้ยินคำขอโทษเท่านั้นไอ้ความรู้สึกไม่ดีเมื่อครู่ก็พาลหายไปหมด

"เข้าไปข้างในอีกนิด แล้วเลี้ยวซ้าย ข้างๆห้องน้ำหนะ ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวขอไปอาบน้ำสักหน่อย แล้วจะมาทาน" เจ้าของห้องบอก ก่อนที่จะหายเข้าไปยังห้องนอนของตนอีกครั้ง

"อืม....คนบ้านนั้นน่ากลัวจริงๆด้วยแฮะ ทั้งอาวิทย์ ทั้งคุณญูเลย ดุชะมัด" ระพีบ่นกับตัวเองเบาๆด้วยกลัวว่าเจ้าของห้องจะบังเอิญเข้ามาได้ยิน ถ้าเป็นอย่างนั้นต้องแย่แน่ๆเลยทีเดียวหละ

มือเล็กๆบรรจงจัดสรรเองอาหารมื้อเช้ากับมื้อเที่ยงรวมกัน จัดเรียงบ้างพอให้สวยงาม ก่อนจะนำไปวางไว้บนโต๊ะอาหารเพื่อรอให้เจ้าของห้องหน้าดุออกมาทานเสียที

....

"นี่วิทย์จะให้พีไปเดินงานหน้าอีกอย่างนั้นเหรอ จะไหวรึเจ้าพีหนะ" ราชันย์เอ่ยถามเอากับคนบนตัก ที่ยิ้มกริ่มเมื่อนึกไปถึงงานเดินแบบครั้งก่อน เสียงตอบรักของลูกชายราชันย์ดีกว่าที่คิดเอาไว้มากนัก

"ไหวสิ ระพีเนี้ยมีพรสวรรค์ทางด้านนี้อยู่แล้ว มีคนติดต่อให้ถ่ายปกด้วยนะ แต่คงต้องปรึกษาเจ้าญูมันก่อนหนะ เรื่องอย่างนั้นมันคงถนัดกว่าผม" วิทยาหันหน้ามาหาคนรัก ยิ้มให้กับความสำเร็จของเด็กน้อยที่ตนลงมือปลุกปั้นด้วยตัวเอง

"ไงก็คงต้องฝากคุณนั่นแหละ ช่วงนี้ผมไม่ค่อยมีเวลาสักเท่าไหร่ ถ้าเกิดน้อยอกน้อยใจจนหนีไปอีกจะแย่" ราชันย์บอกกับคนบนตักอีกครั้ง หนักใจกับลูกชายตัวแสบของตัวเองอยู่ไม่น้อย ตนเลี้ยงลูกอย่างตามใจเสียจนเคยตัว

"ไม่ต้องห่วง ตอนนี้เจ้าญูมันรับหน้าที่ดูแลระพีไปเรียบร้อย 555++ อย่าคิดมากนักสิครับ เดี๋ยวแก่เร็วผมไปหาคนอื่นไม่รู้ด้วยน้า...." มือเรียวขยับขึ้นไปคลี่ปมคิ้วของคนรักอย่างอารมณ์ดี ยิ้มร่าเริงพลางหยอกล้อด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเข้าไปอีก

"ผมไม่มีทางปล่อยให้คุณไปไหนหรอกนะ วิทย์....." ราชันย์ยิ่งขมวดคิ้วมุ่นกว่าเดิมเมื่อได้ยินประโยคหลังสุดเมื่อครู่ มันไม่สนุกเอาซะเลยจริงๆ

ก่อนที่จะ....

"อือ.......ราชันย์ นี่มันในห้องทำงานของคุณนะครับ ใครเข้ามาเห็นจะไม่ดีนะ" วิทยาครางประท้วงเมื่อโดนอีกฝ่ายฝังจูบลงบนริมฝีปากของตัวเองเนิ่นนาน ก่อนจะต่อว่าเพราะเห็นว่าร่างหนากระทำในที่อันไม่สมควร

"ก็ดีสิ ทุกคนจะได้รู้ว่าเราเป็นอะไรกันสักที ผมไม่ชอบนักหรอกนะเวลาที่คุณต้องเข้าไปคุณกับเจ้าพวกหนุ่มๆนั่นหนะ" ราชันย์ยิ้มอย่างผู้ชนะ แล้วก็อดที่จะบ่นอย่างน้อยอกน้อยใจออกมาไม่ได้

"แต่ผมก็มีคุณคนเดียวนี่ เคยมีคนอื่นซะที่ไหนกัน ใจน้อยไปได้" วิทยายิ้มทะเล้นให้กับชายหนุ่ม ท่าทางอย่างนี้มันไม่ค่อยเหมาะกับชายวัยเกือบ 35คนนี้เลย

....

***---อ๊อดดดดดดด---***

เสียงคนกดเรียกมาจากประตูห้อง ทำให้ร่างบางที่กำลังงวดอยู่กับการจัดโต๊ะจำต้องละมือเดินออกไปดูแขกผู้มาเยือน

"ครับ" ระพีเอ่ยข้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มรับแขกผู้มาเยือน

"นายเป็นใคร เข้ามาทำอะไรให้ห้องของญู" หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นแขกนั้นชักสีหน้า จิกสายตามองมาที่ระพีอย่างไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก พร้อมกับคำทักทายประหลาด ซึ่งระพีแน่ใจว่าคนไม่มีใครชอบคำพูดทักทายอย่างนั้นแน่

"ผมต่างหากที่เป็นฝ่ายต้องถามว่า คุณเป็นคะ...." ระพีกำลังจะตอกกลับด้วยความโมโห ไม่เคยมีใครกล้าว่าเขาถึงขนาดนี้ ยัยคนนี้มีสิทธิ์อะไร... แต่ก็พูดค้างเอาไว้เพียงเท่านั้น เมื่อเจ้าของห้องแทรกขึ้นมาเสียก่อน

"มีอะไรกันหนะ อ่าว มิเชล...เข้ามาก่อนสิ" วทัญญูที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จเดินมาที่ประตู เพื่อจะดูว่าใครกันที่มาหาตนตั้งแต่เช้าอย่างนี้ (ได้ข่าวว่าเกือบเที่ยงแล้ว)

"ญูคะ...นังเด็กนี่เป็นใครกันไม่มีมารยาทที่สุดเลยค่ะ" มิเชลได้ทีก็ฟ้องเจ้าของห้องเป็นการใหญ่ ก่อนจะรีบสอดเรียวแขนเล็กๆของตนให้คล้องเอาไว้กับแขนล่ำๆอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน

"อ้อ...เด็กที่รู้จักกันหนะ เขามาเตรียมอาหารให้ ทานด้วยกันไหมครับ" วทัญญูตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนที่จะชวนแขกสาวสวยคนข้างๆนั่งร่วมโต๊ะทานอาหารด้วยกัน

แต่กับคนที่ได้ยินนี่สิ ทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจเลยล่ะ นี่เขากลายเป็นเด็กเตรียมอาหารไปแล้วอย่างนั้นเหรอ มันน่านักเชียว คนอะไรตอแหลสิ้นดี แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่ ยิ่งน้อยใจเข้าไปอีกเมื่อเจ้าของห้องชวนหญิงสาวร่วมโต๊ะ ก็ที่เตรียมมามันเอาไว้สำหรับสองคนนะ แล้วเขาล่ะจะทานอะไร

"นะ...นี่...." ระพีพยายามจะทักท้วง แต่เหมือนว่าคนทั้งคู่จะไม่ได้สนใจคนนอกอย่างเขาเลยสักนิด นั่งคุยนั่งทานกันกระหนุงกระนิงน่ารักซะไม่มีไปเสยแล้ว

ระพีทำได้เพียงเดินคอตกหงอยๆมานั่งลงที่โซฟารับแขก พยายามไม่มองไปที่โต๊ะอาหารนั่น ยิ่งมองก็ยิ่งหิว ทำไมเขาต้องมาทนมองภาพบาดตาบาดใจอย่างนี้ด้วยก็ไม่รู้ แต่เรื่องที่จะปล่อยให้คนทั้งคู่อยู่ด้วยกันตามลำพังนะเหรอ ฝันไปเถอะพี่น้อง!!!!

ระพีนั่งดูโทรทัศน์จอใหญ่ไปพลางๆ บ้างก็เข้าไปทำป่วนในครัว เติมนั่นเติมนี่ให้เมื่อเจ้าของห้องสั่ง ระพีก็จำต้องยอมเป็นเด็กเตรียมอาหารให้ เพราะสายตาขอร้องของวทัญญูหรอกนะ เหอะ...ที่ใครทีมันก็แล้วกัน

....

ระพีนั่งอยู่อย่างนั้นจนเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้าตัวเองก็ยังจำไม่ได้ สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกที่ภายในห้องสูทหรูของเพื่อนคนใหม่ก็มืดสนิทไปเสียแล้ว รู้ตัวเลยทีเดียวว่าตัวเองคงโดนเพื่อนที่เชื่อใจทิ้งเอาไว้เพียงลำพัง แต่ว่าตอนนี้ เขา...หิว....มากกกกกกกกกกกกก

"เฮ้อ...กลับบ้านจะทันมื้อค่ำรึเปล่าวะ" ระพีบ่นกับตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ รู้ดีว่าตนกำลังไว้ใจเพื่อนใหม่คนนี้มากเกินไป แต่ทำยังไงได้ เขาถูกชะตากับเจ้าหมอนั่นไปแล้วนิ่ ถูกชะตากับเจ้านั่นมากๆด้วย

"เฮ้อ.....ไม่ทันแหงเลย 3 ทุ่มกว่าแล้วเหรอเนี้ย!!!!" ร่างบางอุทานสั่น นี่เขาหลับไปนานขนาดนี้เลยรึไงกันเนี้ย ท้องบ้านี่ก็ร้องไม่หยุด รู้แล้ว!!! ว่าหิว ไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า กะว่าจะมาทานพร้อมกับเจ้าคุณญูนั่นแหละ เป็นไง...โดนยัยหน้าลิเกแย้งกินจนหลับเป็นตายไปเลย อนาถตัวเองชะมัด....

"ในห้องเจ้าบ้านี่มีอะไรติดตู้บ้างรึเปล่าหว่า..." คนเพิ่งตื่นถือวิสาสะเปิดตู้เย็นค้นหาของกินด้วยความหิวโหย มือเล็กๆเรียวๆจับโน้น แหวกนี่ เพื่อเสาะหาอะไรมารองท้อง....ถ้าจะเรียกให้ถูกก็อาหารมื้อแรกของวันนี้ต่างหาก

"เย้...รอดตายละ...เรา" ระพีกระโดดดีใจเมื่อเจอกับ ไข่ไก่ 1 ฟอง รู้สึกว่าจะมีเหลืออยู่ฟองด้วยกับผักอีกนิดหน่อย แค่นี้ก็คงอยู่รอดไปถึงพรุ่งนี้แล้วละนะ

"ตานั่นจะกลับมากี่โมงกันนะ" ระพีบ่นกับตัวเอง เมื่อคิดไปถึงเจ้าของห้อง ป่านนี้คงเริงร่าอยู่กับยัยหน้าลิเกคนเมื่อกลางวันนั่นแหงเลย ผู้หญิงอะไรปากร้ายก็เท่านั้น แต่งหน้าซะเข้มกลัวชาวบ้านเห็นรอยยับย่นของหน้าตัวเองแหงๆ นายญูนี่ชอบเข้าไปได้ไงไม่รู้นั่น

"วันนี้พียึดห้องนี้เลยนะครับคุณญู.... ไม่เป็นไรตามสบายเลยเด็กน้อย...ขอบคุณฮะ คิกๆ" ระพีตะโกนขอยึดครองห้องนี้เป็นการชั่วคราวด้วยเสียงใสๆอันร่าเริงของเจ้าตัว ก่อนจะวิ่งมาอยู่คนละฟากฝั่งของโต๊ะอาหารจากตำแหน่งเมื่อครู่ ดัดเสียงเข้มขึ้นมาหน่อยกลายเป็นเจ้าของห้องไปซะอย่างนั้น แล้วก็วิ่งกลับมาที่เดิมเพื่อกล่าวขอบคุณพร้องเสียงหัวเราะคิกคักอย่างชอบอกชอบใจ

ร่างบางลงมือกับอาหารมื้อแรกของตนอย่างรวดเร็ว คงด้วยความที่อยู่คนเดียวมาตั้งแต่เด็ก คุณป๋าส่งเขาไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่ยังไม่ครบ 10 ขวบซะด้วยซ้ำ การทำอาหารด้วยตัวเองเลยกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเด็กน้อยอย่างเขา ซึ่งเขาก็สามารถฝึกหัดและเรียนรู้การทำอาหารง่ายๆเอามาเป็นความรู้ติดตัวบ้าง ไม่นานอาหารมื้อสำคัญของระพีก็มาวางจัดเรียงกันตรงหน้าอย่างสวยงาม

***ไข่เจียว กับสลัดผักอย่างง่าย***

เวลานี้ เพียงเท่านี้ก็สุดหรูแล้วสำหรับเด็กน้อยคนนี้ ถ้าจะให้ออกไปซื้อของกินตอนนี้นะเหรอ....ไม่มีวันซะหละ มันลำบากเกินไป คนอย่างระพี...ขอหิ้วท้องรอไปจนถึงรุ่งขึ้นอีกวันแน่ๆ

"อ้า....อร่อยเหมือนกันนะเนี้ย เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีพรสรรค์ทางด้านการทำอาหารกับชาวบ้านเขาเหมือนกัน" ระพีร้องดังเมื่อได้ลิ้มรสชาติฝีมือของตัวเอง ยิ้มกริ่มชมตัวเองอยู่คนเดียว จนอาหารลงไปกองให้กระเพราะเล็กๆนั่นทั้งหมด

ระพีจัดการล้างถ้วยชามต่างๆพร้อมจัดเก็บจนเรียบร้อย แต่ก็อดบ่นไม่ได้เมื่อเห็นว่าจานชามที่ตนใส่อาหารมื้อกลางวันนั้นยังกองระเกะระกะไม่มีคนล้างอยู่ตรงแถวๆอ่างล้างจานนั่นแหละ

"แม่คนนั้นไม่คิดจะทำอะไรบ้างเลยรึไงกันนะ ตาญูนั่นก็อีกคน หึ้ย....มันน่านัก" ถึงจะบ่นอย่างนั้นแต่มือเล็กๆก็ล้างจานพวกนั้นอยู่ดี มันขัดหูขัดตายังไงอยู่ถ้าต้องมีจานที่ยังไม่ได้ล้างวางอยู่อย่างนี้

"เห้อ.....เรียบร้อย อาบน้ำดีกว่า" ระพีว่าอย่างนั้นก่อนจะเดินตัวปลิวเข้าห้องนอนของเพื่อนคนใหม่ หยิบจับเอาชุดนอนของอีกคนมาอย่างไม่เกรงใจ

"ยืมหน่อยนะฮะ คุณญู" เจ้าของเสียงเอ่ยขึ้นลอยๆ แล้วเข้าห้องน้ำไปอย่างสบายอารมณ์เป็นที่สุด ได้เวลานอนอีกแล้ว เพราะพรุ่งนี้อาวิทย์คงมาเรียกไปทำงานแต่เช้า แค่คิดก็เหนื่อยแล้วหละ ไม่อยากทำงานอย่างนี้เลย ต้องแต่งหญิงอีกต่างหาก เบื่อจริง!!!~

....

"อือออ....ญูคะ...." เสียงหวานแหลมที่เริ่มแหบพร่าของหญิงสาวซึ่งร่างกายอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ร่ำร้องเรียกชื่อชายหนุ่ม

แต่กับอีกคนที่ได้แต่คำรามในลำคอเพื่อตอบรับเสียงเรียกชื่อตนเบาๆ ริมฝีปากของร่างหนายังคงวกวนอยู่ที่เนินอกนิ่มทั้งของข้างอย่างหลงใหล ปรายลิ้นซอกไซร้ปุ่มสีชมพูรวมไปถึงเนินอกที่ใหญ่เสียจนน่าบีบคั้นให้แหลกคามือเสียนี่กระไร

สองมือของชายหนุ่มเอื้อมโอบไปปลดสายบาร์หญิงสาว ก่อนจะกระตุกกระชากเอาชุดรุ่มร่ามที่ดูว่ามันจะกลายสภาพเป็นสิ่งขัดหูขัดตาเข้าไปเสียแล้วในเวลานี้ เรือนร่างระหงส์ประจักษ์แก่สายตาจนคนที่ได้เห็นนั้นแทบอยากจะตะคลุบเหยื่อแสนโอชะให้ตกอยู่ในอุ้งมือของตน

"อือออ......" หล่อนครางไม่เป็นส่ำ เมื่อโดนอุ้งมือหยาบร้อนบีบเค้นไม่เสียทุกสัดส่วนของร่างกาย นั่นยิ่งเป็นการกระตุ้นเบื้องลึกความต้องการของหญิงสาวให้ประทุขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

คนทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงนัวเนียกันมาเรื่อยๆตั้งแต่เข้ามาถึงคอนโดสุดหรูของขายหนุ่มซึ่งคงเป็นรังรักของทั้งคู่ในค่ำคืนอันสุดแสนหฤหรรษ์นี้

"ซี่....อ๊ะ.....ญูค่ะ....อีกคะ" เสียงหวานเร่งเร้าอีกฝ่าย อย่างเร้าร้อน ตอนนี้หล่อนรู้สึกว่าร่างทั้งร่างกำลังถูดแผดเผาด้วยกองไฟขนาดใหญ่ หล่อนต้องการผู้ชายคนนี้....

....

แต่กับอีกคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จนี่สิ ตอนนี้ร่างเล็กๆกำลังนั่งนิ่งงันกับภาพที่ตนบังเอิญได้เห็นเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ภาพของเมื่อคนใหม่กำลังกอดรัดกับร่างของหญิงสาวหน้าลิเกเมื่อกลางวัน ถึงแม้ว่าห้องนี้มันจะมืดสลัวแต่เขาก็แน่ใจว่าเป็นทั้งสองคนนั้นอย่างแน่นอน

ภาพที่บังเอิญเปิดประตูห้องน้ำออกไปพบเจอนั้นยังติดตา ก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่กับคนที่ได้เดียงสากับเรื่องพวกนี้ก็เล่นเอาเข่าอ่อนได้ไม่ยาก เสียงครางของคนด้านนอกยังมีให้ได้ยินอยู่เป็นระยะ ถึงแม้ว่าจะเอามือทั้งสองข้างของตนปิดกันหูทั้งสองข้างเอาไว้แล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาได้ยินเสียงกระสันนั้นน้อยลงเลย กลับได้ยินมันชัดเจนไปเสียทุกช่วงจังหวะซะด้วยซ้ำ

"เจ้าคุณญูนี่เป็นพวกหื่นกามอย่างนั้นเหรอเนี้ย...." ระพีได้แต่บอกตัวเองเบาๆ ไม่กล้าส่งเสียงดังออกมานัก เพราะกลัวเจ้าของห้องจะรู้ว่ามีคนบุกลุก

ร่างเล็กๆนั่งสงบสติอารมณ์กับเรื่องที่เพิ่งเผชิญเมื่อครู่ภายในห้องน้ำอยู่พักใหญ่หลังจากที่เสียงความเคลื่อนไหวด้านนอกหยุดลงไปแล้ว ระพีต้องการแน่ใจว่าคนทั้งคู่ที่อยู่ข้างนอกนั้นหลับไปแล้วจริงๆ ตนจะได้แอบย่องกลับบ้านได้อย่างสะดวก

แต่มันคงไม่สะดวกอย่างที่ระพีคิดเสียแล้ว เมื่อ....

***แอ๊ดดดดดดดดดดดด*** ประตูห้องน้ำที่เจ้าตัวใจเป็นปราการปิดกั้นตัวเองจากคนภายนอกถูกเปิดออกให้กว้างขึ้น เขาอยากจะตบกระโหลดตัวเองนักที่ไม่ยอมล็อกกลอนห้องน้ำ แต่ตอนนี้สติสตางค์เขาอยู่กับเนื้อกับตัวซะที่ไหน ไม่ช็อคตายคาห้องน้ำก็ดีเท่าไหร่แล้ว

ร่างกำยำสมส่วนของเพื่อนต่างวัยย่างก้าวเข้ามาภายในห้องน้ำ เท่าที่สังเกตระพีก็พอจะดูออกอยู่หรอกว่าเพื่อนของตนนั้นเพิ่งเสร็จกิจอันเร้าร้อน แผงอกหนาๆนั่นอาบไปด้วยเหงื่อโชกไปหมด แล้วยังส่วนนั้นที่ยาดเยิ้มไปด้วยของเหลวสักอย่างที่เขาไม่แน่ใจนักว่ามันคืออะไร...แน่นอนว่าเจ้าเพื่อนหน้าไม่อายของเขาเข้ามาในห้องน้ำด้วยร่างกายเปล่าเปลือยไร้สิ่งปกปิดใดๆ

"นะ...นาย" เจ้าของห้องที่เพิ่งเข้ามาในห้องน้ำถึงกับตกใจเมื่อเห็นว่ามีใครอีกคนที่นั่งอยู่ภายในนั้น ซึ่งเขาเดาได้เลยว่าเจ้าเด็กนั่นเห็นและรับรู้ทุกเหตุการณ์เมื่อสักครู่

"ชู่ว์.....อย่าเอ็ดไป เดี๋ยวยัยนั่นก็ลุกขึ้นมาโวยเอาหรอก" ระพีปรามเบาๆ เจอนายคนนี้ก็ยังดีกว่าเจอแม่สาวหน้าลิเกนั่นเป็นไหนๆ

"เอ้า...พีไม่อยากเป็นตากุ้งยิง" เด็กหนุ่มยื่นผ้าเช็ดตัวที่ตนเพิ่งใช้อาบน้ำให้อีกฝ่ายที่ยังคงเปลือยล่อนจ้อนไม่อายชาวบ้านบ้างเลยรึไงนะ แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าขาวใสก็ระเรื่อขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เจ้าตัวเองก็รู้ดีว่าตอนนี้หน้าของตนคงแดงโล่ขึ้นมาให้อีกฝ่ายสังเกตเห็นได้ง่ายๆ

"ออกมานี่เลย เจ้าตัวแสบ" วทัญญูรับเอาผ้าขนหนูผืนนั้นมา มองหน้าเจ้าเด็กหนุ่มพร้อมกับชุดที่สวมใส่อย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่จะลากเอาตัวเด็กน้อยออกจากห้องน้ำและห้องนอนเพื่อไปคุยกันที่ห้องนั่งเล่น

....

"นายเข้าไปอยู่ในนั้นได้ยังไง แล้วทำไมไม่กลับบ้านกลับช่องกัน ห๊า...." วทัญญูตวาดใส่คนที่นั่นหน้าละห้อยอยู่บนโซฟาตัวยาวกลางห้อง

"คะ....คือ...พีเข้าไปอาบน้ำฮะ แต่พีไม่ได้แอบดูนะ" ระพีก้มหน้าตอบเสียอ่อย....กลัวที่สุดเวลาที่คนๆนี้โกรธ ถึงจะใจดีอ่อนโยนก็เถอะ เวลาโกรธทีไร ทำเอากลั้นน้ำตาไม่อยู่ตลอดเลย

"ถาม!!!....ทำไมนายไม่กลับบ้าน" วทัญญูเสียงอ่อนลงเมื่อรู้สึกว่าคนตรงหน้าเริ่มกลัวตนอย่างครั้งก่อน แต่ก็...มันน่าโมโหน้อยซะที่ไหน

"คือ...แบบว่าพีตื่นมาตอน 3 ทุ่มกว่าฮะ....แล้วก็หิว เพราะยังไม่ทานอะไรตั้งแต่เช้าโน้น....เลยหาอะไรกิน กว่าจะล้างจานเสร็จก็ เกือบเที่ยงคืน ก็เลยว่าจะนอนนี่เลย ละ....แล้วพอเข้าไปอาบน้ำ ก็เป็นอย่างที่คุณญูเห็นนั่นอหละฮะ" ระพีพูดเสียงเบาหวิว กลัวว่าจะทำให้คนตรงหน้านี่โกรธอีกรอบ

"กลับบ้าน เดี๋ยวไปส่ง ทีหน้าทีหลังก็หัดทานข้าวให้มันตรงเวลาหน่อยสิ จะได้ไม่มาหิวตอนดึกๆอย่างนี้" วทัญญูอดที่จะบ่นไม่ได้

"ก็กะว่าจะมาทานพร้อมคุณนั่นแหละ กลัวคุณไม่มีเพื่อน แต่พอคุณมีเพื่อนแล้วก็ลืมพีเองแท้ๆ" ระพีบ่นงึมงำอย่างน้อยอกน้อยใจ ไม่น่าหิ้วท้องตาเพื่อนบ้าคนนี้เลยจริงๆ

"เห๋...แล้วทำไมไม่บอกเล่า ใครเขาจะไปรู้กับนายกัน ห๊า....รอแปลบเดี๋ยวไปใส่เสื้อผ้าก่อน" วทัญญูตกใจที่ได้ยินอย่างนั้น นั่นสินะ...พอมิเชลมาเขาก็ลืมเจ้าเด็กนี่ไปเลย จนจะออกไปข้างนอกกับมิเชลนั่นแหละถึงได้รู้ว่าเด็กนี่หลับอยู่บนโซฟา

....

"ไม่ได้เอารถมาหรอกเหรอ" วทัญญูเอ่ยถามคนที่เดินตามมาข้างหลัง พ่อก็รวยออกปานนั้น ลูกชายจะมีรถสักคันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสักเท่าไหร่

"หึ รถโดนอาวิทย์ยึดไปแล้ว กลัวพีหนีเที่ยว อาวิทย์ว่าอย่างนั้น" ระพีตอบเสียงจ๋อยๆ นึกเสียดายรถตัวเองที่อุตส่าห์อ้อนมาจากคุณป๋าได้

"แล้วไม่โกรธพี่ชายฉันบ้างเหรอ เจ้ากี้เจ้าการจะตายรายนั้น" วทัญญูถามขึ้น ขนาดเป็นน้องชายเนี้ยยังอดรำคาญความเจ้ากี้เจ้าการไปทุกเรื่องของพี่ชายตัวเองไม่ได้เลย

วทัญญูเดินไปเปิดประตูรถของตนให้คนด้านหลัง ไม่ได้มีทีท่าว่าจะหวงรถของตนอย่างที่แสดงให้เห็นไว้เมื่อครั้งก่อนเลยแม้แต่น้อย ทำเอาระพียิ้มรับด้วยความดีใจเลยทีเดียวหละ ก่อนจะรีบขึ้นไปประจำทีของตน

"ไม่หรอก อาวิทย์น่ะนะ เหมือนคุณญูนั่นแหละ ใจดีกับพีมากๆเลย เอาใจใส่ไปซะทุกเรื่อง อย่างที่....อืม...พอยึดรถพีไปใช่เปล่า อาวิทย์ก็ตามไปรับไปส่งตลอดเลย อีกอย่างพอจะไปเที่ยงนะ อาวิทย์ก็พาไปด้วยล่ะ ใจดีมากๆ แต่พอดุนะ เหมือนคุณเมื่อกี้เลย น่ากลัวสุดๆ" ระพีร่ายยาวอย่างร่าเริง ดูเหมือนว่าจะมีความสุขซะเหลือเกินที่ได้คุยถึงคุณแม่คนใหม่ของเจ้าตัว

"ฉันดุขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่กลัวฉันรึไง หืม...." คนขับหันมาถามคนข้างๆเสียงราบเรียบ ใบหน้าก็นิ่งเฉยไม่ต่างกัน เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมเจ้าเด็กคนนี้ถึงได้ตามเขานัก ทั้งที่เคยคุยกันจังๆแค่ครั้งหรือสองครั้งเท่านั้นเอง

"ไม่กลัว พีรู้คุณใจดี....555++ ถึงเวลาดุจะน่ากลัวก็เถอะ อีกอย่างคุณต้องรักษาสัญญาแน่ๆ เราเป็นเพื่อนกันนะ" ระพีบอก พร้อมกับยื่นนิ้วก้อยเล็กๆของตนให้อีกฝ่าย คล้ายว่าจะทวงสัญญาที่ทั้งคู่เคยมีต่อกัน

"5555+++....นายนี่เหลือรับประทานจริงๆ.... พี ...โอเค...เราเป็นเพื่อนกัน" วทัญญูหัวเราะร่า เมื่อได้ยินคำตอบน่ารักๆจากระพี ก่อนที่จะยื่นนิ้วก้อยของตนออกไปคล้องเกี่ยวนิ้วเล็กๆนั่นเอาไว้แทนคำสัญญาของตน

***สายสัมพันธ์เล็กๆ ที่เกิดจากความรู้สึก Click-click***

***กำลังจะถูกถักทอ เกี่ยวประสานกันไว้จนแนบแน่น***

***ยากนักที่จะแก้รึตัดมันให้หลุดออกจากกัน***

to be conpart 004